อะไรคือความเป็นพระเจ้าในขณะเดียวกันก็เป็นมนุษย์ พระเยซูทรงสามารถ เป็นพระเจ้า และมนุษย์ ในเวลาเดียวกันได้อย่างไร?




คำถาม: อะไรคือความเป็นพระเจ้าในขณะเดียวกันก็เป็นมนุษย์ พระเยซูทรงสามารถ เป็นพระเจ้า และมนุษย์ ในเวลาเดียวกันได้อย่างไร?

คำตอบ:
ความเป็นพระเจ้าในขณะเดียวกันก็เป็นมนุษย์ เป็นคำที่ใช้ เพื่ออธิบาย ว่าพระเจ้า พระบุตร พระเยซูคริสต์ รับสภาพธรรมชาติมนุษย์ แต่ยังทรงเป็นพระเจ้าอย่างบริบูรณ์ในเวลาเดียวกัน พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเสมอไป ยอห์น 8:58 “พระเยซูตรัสกับเขาว่า

‘ข้าพระองค์บอกความจริงแก่ท่านว่า ข้าพระองค์ดำรงอยู่ก่อนอับราฮัมเกิด’”

ยอห์น 10:30 “ข้าพระองค์กับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” แต่ในการจุติลงมาบังเกิดพระเยซูทรงรับสภาพเป็นมนุษย์ ยอห์น 1:14 “พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์ คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา” นอกจากสภาพธรรมชาติมนุษย์แล้วพระเยซูยังทรงสภาพเป็นพระเจ้า พระเจ้าในสภาพมนุษย์ นี่คือความเป็นพระเจ้าในขณะเดียวกันก็เป็นมนุษย์ พระเยซูคริสต์ บุคคลเดียวกัน เป็นพระเจ้าบริบูรณ์และเป็นมนุษย์ครบบริบูรณ์

พระเยซูทรงรับสองธรรมชาติ ความเป็นมนุษย์และพระเจ้ารวมเป็นบุคคลเดียวกัน

พระเยซู ทรงสภาพเป็นพระเจ้าชั่วนิรันดร์ เป็นพระเจ้าบริบูรณ์ และมนุษย์ครบบริบูรณ์ สองธรรมชาติที่ต่างกันในบุคคลเดียวกัน ความเป็นมนุษย์ และความเป็นพระเจ้าของพระเยซูไม่ปะปนกัน แต่ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์ที่ต่างกัน พระเยซูบางครั้งทรงกระทำพันธกิจภายใต้ข้อจำกัดของความเป็นมนุษย์ ยอห์น 4:6 “บ่อน้ำของยาโคบอยู่ที่นั่น พระเยซูทรงดำเนินทางมาเหน็ดเหนื่อย จึงประทับลงที่ข้างบ่อนั้น เป็นเวลาประมาณเที่ยง”

ยอห์น 19:28 “หลังจากนั้น พระเยซูทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว เพื่อให้เป็นจริงตามพระธรรม พระองค์จึงตรัสว่า ‘ข้าพระองค์กระหายน้ำ’” และบ่อยครั้งทรงใช้ฤทธิ์อำนาจของความเป็นพระเจ้า ยอห์น 11:43-44 “เมื่อพระองค์ตรัสดังนั้นแล้วจึงเปล่งพระสุรเสียง ตรัสว่า ‘ลาซารัสเอ๋ย ออกมาเถิด’ ผู้ตายนั้นก็ออกมา มีผ้าพันมือและเท้า และที่หน้าก็มีผ้าพันอยู่ด้วย พระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า ‘จงแก้ผ้าที่พันออกเสีย แล้วปล่อยเขาเถิด’” มัทธิว 14:17-21 “พวกสาวกจึงทูลพระองค์ว่า ‘ที่นี่พวกข้าพระองค์มีแต่ขนมปังเพียงห้าก้อนกับปลาสองตัวเท่านั้น’ พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า ‘เอาอาหารนั้นมาให้ข้าพระองค์เถิด’ แล้วพระองค์ทรงสั่งให้คนเหล่านั้นนั่งลงที่หญ้า เมื่อทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้นแล้ว ก็แหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ ถวายคำสาธุการ และหักส่งให้เหล่าสาวก เหล่าสาวกก็แจกให้คนทั้งปวง เขาได้กินอิ่มทุกคน ส่วนเศษอาหารที่ยังเหลือนั้น เขาเก็บไว้ได้ถึงสิบสองกระบุงเต็ม ฝ่ายคนที่ได้รับประทานอาหารนั้นมีผู้ชายประมาณห้าพันคน มิได้นับผู้หญิงและเด็ก” การกระทำของพระเยซูในสองธรรมชาติ มาจากบุคคลเดียวกัน พระเยซูทรงรับสภาพสองธรรมชาติ แต่รวมเป็นบุคคลเดียวกันเท่านั้น

คำสอนเรื่องความเป็นพระเจ้าในขณะเดียวกันก็เป็นมนุษย์ เป็นความพยายาม ที่จะอธิบายว่า พระเยซูทรงสามารถเป็นได้ทั้งพระเจ้าและเป็นมนุษย์ในเวลาเดียวกัน นี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แม้ว่าเราไม่สามารถเข้าใจหลักคำสอนอย่างครบถ้วน เป็นไปไม่ได้ สำหรับเราที่จะ เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าพระเจ้าทรงทำงานอย่างไร เรา ในฐานะเป็นมนุษย์ที่มีความคิดจำกัด ไม่ควรคาดหวังว่าจะเข้าใจความไม่จำกัดของพระเจ้าได้ทั้งหมด พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ทรงถือกำเนิดมาโดยฤทธิ์เดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ลูกา 1:35)

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า พระเยซูไม่ได้ทรงเป็นอยู่ก่อนที่พระองค์ทรงถือกำเนิดมา พระเยซูทรงดำรงอยู่แล้วตลอดมา ยอห์น 8:58 “พระเยซูตรัสกับเขาว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เราดำรงอยู่ก่อนอับราฮัมเกิด’” ยอห์น 10:30 “ข้าพระองค์กับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” เมื่อพระเยซูทรงบังเกิด พระองค์ทรงกลายเป็นมนุษย์นอกจากทรงเป็นพระเจ้าอยู่แล้ว ยอห์น 1:1, 14 “ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่ และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์ คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา”

พระเยซูทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์ พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเสมอ แต่พระองค์ ยังไม่ได้ทรงสภาพเป็นมนุษย์ จนกระทั่งทรงบังเกิดจากนางมาเรีย พระเยซูทรงรับสภาพเป็นมนุษย์ เพื่อที่ทรงสำแดงให้เราเห็นในชีวิตที่ดิ้นรนต่อสู้เหมือนกับเรา และที่สำคัญกว่านั้น เพื่อที่จะทรงพลีพระชนม์บนกางเขนเพื่อเป็นค่าชดใช้ความผิดบาปของเรา ฮีบรู 2:17 “เหตุฉะนั้นพระองค์จึงทรงต้องเป็นเหมือนกับพี่น้องทุกอย่าง เพื่อว่าพระองค์จะได้ทรงเป็นมหาปุโรหิต ผู้กอปรด้วยความเมตตาและความสัตย์ซื่อ ในการกระทำกิจกับพระเจ้า เพื่อลบล้างบาปของประชาชน” ฟิลิปปี 2:5-11 “ท่านจงมีน้ำใจต่อกันเหมือนอย่างที่มีในพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงสภาพของพระเจ้า แต่มิได้ทรงถือว่าการเท่าเทียมกับพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่จะต้องยึดถือ แต่ได้กลับทรงสละ และ ทรงรับสภาพทาส ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์

และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ในสภาพมนุษย์แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งความมรณาที่กางเขน เหตุฉะนั้นพระเจ้าจึงได้ทรงยกพระองค์ขึ้นอย่างสูง และได้ประทานพระนามเหนือนามทั้งปวงให้แก่พระองค์ เพื่อเพราะพระนามนั้นทุกเข่า ในสวรรค์ ที่แผ่นดินโลก ใต้พื้นแผ่นดินโลก จะคุกลงกราบ พระเยซู และเพื่อทุกลิ้นจะยอมรับ ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า อันเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบิดาเจ้า” โดยสรุป ความเป็นพระเจ้าในขณะเดียวกันก็เป็นมนุษย์สอนว่า พระเยซูทรงเป็นทั้งมนุษย์บริบูรณ์และพระเจ้าอย่างบริบูรณ์ และไม่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงในธรรมชาติใดธรรมชาติหนึ่ง และพระองค์ทรงเป็นบุคคลหนึ่งเดียวกันตลอดนิรันดร์



กลับสู่หน้าภาษาไทย



ถ้าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าแล้ว พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าได้อย่างไร พระเยซูทรงอธิษฐานต่อพระองค์เองหรือ ?