อะไรคือความแตกต่างระหว่างการรับขึ้นไปสวรรค์ และการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง?




คำถาม: อะไรคือความแตกต่างระหว่างการรับขึ้นไปสวรรค์ และการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง?

คำตอบ:
การรับขึ้นไปสวรรค์ และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์มักจะสับสนกัน

บางครั้งก็ยากที่จะตัดสินว่าข้อพระคัมภีร์จะหมายถึงการรับขึ้นไปสวรรค์หรือการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาคำพยากรณ์เรื่องสิ้นยุคในพระคัมภีร์ นั่นก็สำคัญมากที่จะจำแนกความแตกต่างระหว่างทั้งสอง การรับขึ้นไปสวรรค์คือเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมารับเอาคริสตจักรไป ( ผู้เชื่อทุกคนในพระคริสต์ ) จากแผ่นดิน 1 เธสะโลนิกา 4:13-18 “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า อย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ และทรงคืนพระชนม์แล้ว โดยพระเยซูนั้น พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น มากับพระองค์ ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบ ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า เราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา จะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่

ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์ เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด” 1โครินธ์ 15:50-54 “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าหมายความว่า เนื้อและเลือดจะมีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้ และสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยจะมีส่วนในสิ่งซึ่งไม่รู้จักเน่าเปื่อยก็ไม่ได้ ดูก่อนท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกแก่ท่าน คือว่าเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน แต่เราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด ในชั่วขณะเดียว ในพริบตาเดียว เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะว่าจะมีเสียงแตร และคนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาปราศจากเน่าเปื่อย แล้วเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่ เพราะว่า สิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้ต้องสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย และสภาพมตะนี้ต้องสวมสภาพอมตะ เมื่อสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้ จะสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย และสภาพมตะนี้จะสวมสภาพอมตะ เมื่อนั้นตามซึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์จะสำเร็จว่า ความตายก็ถูกกลืนถึงปราชัยแล้ว” บรรดาผู้เชื่อที่ได้เสียชีวิตร่างกายของพวกเขาได้ถูกฟื้นขึ้นมาใหม่ จะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในอากาศพร้อมกับผู้เชื่อที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นฉับพลัน แค่เพียงกระพริบตา

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองคือ เมื่อพระเยซูทรงเสด็จกลับมาพิชิตผู้ต่อต้านพระคริสต์ ทรงทำลายมารร้าย และทรงสร้างอาณาจักร พันปีของพระองค์ การเสด็จกลับมาครั้งที่สองได้บรรยายไว้ใน วิวรณ์ 19:11-16 “แล้วข้าพเจ้าก็ได้เห็นสวรรค์เปิดออก และ ดูเถิด มีม้าขาวตัวหนึ่ง พระองค์ผู้ทรงม้านั้นมีพระนามว่า 'สัตย์ซื่อและสัตย์จริง' พระองค์พิพากษาและทรงกระทำสงครามด้วยความเป็นธรรม พระเนตรของพระองค์ดุจเปลวไฟ และบนพระเศียรของพระองค์มีมงกุฎหลายอัน และพระองค์ทรงมีพระนามจารึกไว้ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้จักเลย นอกจากพระองค์เอง พระองค์ทรงฉลองพระองค์ที่จุ่มเลือด และพระนามที่เรียกพระองค์นั้นคือ 'พระวาทะของพระเจ้า' เหล่าพลโยธาในสวรรค์สวมอาภรณ์ผ้าป่านเนื้อละเอียดขาวบริสุทธิ์ ได้นั่งบนหลังม้าขาวตามเสด็จพระองค์ไป

มีพระแสงคมออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ เพื่อพระองค์จะได้ทรงฟันฟาดบรรดานานาประชาชาติ ด้วยพระแสงนั้น และพระองค์จะทรงครอบครองเขาด้วยคทาเหล็ก พระองค์จะทรงเหยียบบ่อย่ำองุ่นแห่งพระพิโรธอันเฉียบขาดของพระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด

พระองค์ทรงมีพระนามจารึกที่ฉลองพระองค์ และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ว่า “จอมกษัตริย์และจอมเจ้านาย”

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการเสด็จมารับขึ้นไป และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นดังนี้

1) ในการเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์ ผู้เชื่อได้พบองค์พระเจ้าในอากาศ (1 เธสะโลนิกา 4:17 ) การเสด็จกลับมาครั้งที่สอง ผู้เชื่อกลับมาพร้อมกับองค์พระเจ้ามายังแผ่นดินโลก (วิวรณ์ 19:14 )

2) การเสด็จกลับมาครั้งที่สองเกิดขึ้นหลังจากเกิดความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ (วิวรณ์ บทที่ 6-19)

การเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความทุกข์เวทนา

1 เธสะโลนิกา 5:9 “เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระอาชญา แต่สำหรับให้เข้าสู่ความรอด โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา” วิวรณ์ 3:10 “เพราะเหตุที่เจ้าได้ประพฤติตามคำของเรา คือให้มีความอดทน เราจะป้องกันเจ้าให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการทดลองใจ ซึ่งจะมีทั่วทั้งโลก เพื่อจะลองใจคนทั้งปวงที่อยู่ในโลก”

3) การเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์คือการรับเอาผู้เชื่อจากแผ่นดินเป็นเรื่องการปลดปล่อย

(1 เธสะโลนิกา 4:13-17, 5:9) การเสด็จกลับมาครั้งที่สองรวมถึงการแยกย้ายเอาผู้ที่ไม่เชื่อออกไปถือเป็นการพิพากษาตัดสิน มัทธิว 24:40-41 “เมื่อนั้นชายสองคนอยู่ที่ทุ่งนา จะทรงรับคนหนึ่ง ทรงละคนหนึ่ง หญิงสองคนโม่แป้งอยู่ที่โรงโม่ จะทรงรับคนหนึ่ง ทรงละคนหนึ่ง

4) การเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์เป็นความลับไม่มีใครรู้และเกิดขึ้นฉับพลัน (1 โครินธ์ 15:50-54)

การเสด็จกลับมาครั้งที่สองจะสามารถมองเห็นได้ด้วยสายตา

วิวรณ์ 1:7 “ดูเถิด พระองค์จะเสด็จมาพร้อมกับหมู่เมฆ และนัยน์ตาทุกดวง และคนเหล่านั้นที่ได้แทงพระองค์จะเห็นพระองค์ และมนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะร่ำไห้เพราะพระองค์ จะเป็นไปอย่างนั้น อาเมน” มัทธิว24:29-30 “แต่พอสิ้นความทุกข์ลำบากแห่งวันเหล่านั้นแล้ว ดวงอาทิตย์จะมืดไป และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง ดวงดาวทั้งปวงจะตกจากฟ้า และบรรดาสิ่งที่มีอำนาจในท้องฟ้าจะสะเทือนสะท้าน เมื่อนั้นนิมิตแห่งบุตรมนุษย์ จะปรากฏขึ้นในท้องฟ้า มนุษย์ทุกชาติทั่วโลกจะตีอกร้องไห้ แล้วจะเห็น บุตรมนุษย์เสด็จมาบนเมฆในท้องฟ้า ทรงฤทธานุภาพและพระสิริเป็นอันมา”

5) การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์จะไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งหลังเกิดเหตุการณ์ยุคสิ้นสุด

(2 เธสะโลนิกา 2:4 มัทธิว 24:15-30 วิวรณ์ บทที่ 6-18)

การเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์ใกล้มาถึงแล้ว มันอาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ ( ทิตัส 2:13 ; 1 เธสะโลนิกา 4:13-18 ; 1 โครินธ์ 15:50-54 )

ทำไมจึงสำคัญที่แยกความแตกต่างระหว่างการเสด็จมารับขึ้นไปและการเสด็จมาครั้งที่สอง

1. ถ้าการเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นเหตุการณ์เดียวกัน ผู้เชื่อจะต้องผ่านยุคแห่งความทุกข์ยากลำบาก (1 เธสะโลนิกา 5:9; วิวรณ์ 3:10)

2. ถ้าหากการเสด็จมารับขึ้นไปสวรรค์และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นเหตุการณ์เดียวกัน การเสด็จกลับมาของพระคริสต์จะยังไม่เกิดขึ้น - มีหลายสิ่งที่จะต้อง เกิดขึ้นก่อนที่พระองค์สามารถเสด็จกลับมา (มัทธิว 24:4-30)

3. ในการอธิบายช่วงเวลาแห่งความทุกข์เวทนา วิวรณ์ บทที่ 6-19 ไม่มีที่ไหนที่กล่าวถึง คริสตจักร

ระหว่างยุคความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่--ยังเรียกว่า " เวลาแห่งความทุกข์เวทนาสำหรับยาโคบ "

(เยเรมีย์ 30:7 ) พระเจ้าจะทรงหันความสนใจเบื้องต้นของพระองค์ไปยังอิสราเอลอีกครั้ง (โรม 11:17-31 )

การเสด็จมารับไปสวรรค์และการเสด็จกลับมาครั้งที่สองเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายกัน แต่เหตุการณ์แยกจากกัน ทั้งสองเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับพระเยซูเสด็จกลับมา ทั้งสองเป็นเหตุการณ์ในยุคสิ้นสุด

อย่างไรก็ตาม มันก็สำคัญอย่างที่สุด ที่ยอมรับความแตกต่าง โดยสรุป การเสด็จมารับไปสวรรค์ เป็นการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ในกลุ่มเมฆ เพื่อรับเอา ผู้เชื่อทุกคนจากโลกก่อนถึงเวลาลงโทษของพระเจ้า การเสด็จกลับมาครั้งที่สองคือการที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมายังโลก เพื่อนำความทุกข์ยากลำเค็ญไปถึงยุคสิ้นสุด และเอาชนะพวกผู้ต่อต้านพระคริสต์และอาณาจักรแห่งความชั่วของโลก



กลับสู่หน้าภาษาไทย



อะไรคือความแตกต่างระหว่างการรับขึ้นไปสวรรค์ และการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง?