สวรรค์ เหมือน?




คำถาม: สวรรค์ เหมือน?

คำตอบ:
สวรรค์เป็นสถานที่มีจริงตามที่บรรยายในพระคัมภีร์ เราพบคำว่า “สวรรค์” 276 ครั้งเฉพาะในพันธสัญญาใหม่ พระคัมภีร์บอกว่าสวรรค์มีสามแห่ง อัครทูตเปาโลถูก “ กักตัวในสวรรค์ที่สาม” แต่เขาถูกสั่งห้ามไม่ให้เปิดเผยว่าเขาได้ไปอยู่ที่นั่น

2โครินธ์12:1-9 “ข้าพเจ้าจำจะต้องอวด ถึงแม้จะไม่มีประโยชน์อะไร แต่ข้าพเจ้าจะเล่าต่อไป ถึงนิมิตและการสำแดงซึ่งมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าได้รู้จักชายคนหนึ่งผู้เลื่อมใสในพระคริสต์สิบสี่ปีมาแล้ว เขาถูกรับขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นที่สาม (แต่จะไปทั้งกายหรือไปโดยไม่มีกายข้าพเจ้าไม่รู้ พระเจ้าทรงทราบ) ข้าพเจ้าทราบ (แต่จะไปทั้งกายหรือไม่มีกายข้าพเจ้าไม่รู้ พระเจ้าทรงทราบ) ว่าคนนั้นถูกรับขึ้นไปยังเมืองบรมสุขเกษม และได้ยินวาจาซึ่งจะพูดเป็นคำไม่ได้ และมนุษย์จะออกเสียงก็ต้องห้าม สำหรับชายคนนั้นข้าพเจ้าอวดได้ แต่สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าจะไม่อวดเลย นอกจากจะอวดถึงเรื่องการอ่อนแอของข้าพเจ้า เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้าอยากจะอวดข้าพเจ้าก็ไม่ใช่คนเขลา เพราะข้าพเจ้าพูดตามความจริง แต่ข้าพเจ้าระงับไว้ ก็เพราะเกรงว่า บางคนจะยกข้าพเจ้าเกินกว่าที่เขาได้รู้จากการเห็นและฟังข้าพเจ้า และเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไป เนื่องจากที่ได้เห็นการสำแดงมากมายนั้น ก็ทรงให้มีหนามใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวเกินไป เรื่องหนามใหญ่นั้น ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า”

ถ้าสวรรค์มีสามแห่งจริง ต้องมีสวรรค์อีกสองแห่งอีก แห่งแรกมักกล่าวถึงบ่อยๆในพันธสัญญาเดิมว่าเป็น “ท้องฟ้า” หรือ “นภากาศ” นี่คือสวรรค์ที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆ ชั้นอากาศที่นกบินร่อนไปทั่ว สวรรค์แห่งที่สองอยู่ระหว่างดวงดาว / อวกาศชั้นนอก ซึ่งเป็นที่อยู่ของดวงดาว ดาวเคราะห์ต่างๆและวัตถุต่างๆในสวรรค์

ปฐมกาล 1:14-18 “พระเจ้าตรัสว่า “จงมีดวงสว่างบนฟ้า เพื่อแยกวันออกจากคืน ให้ดวงสว่างเป็นหมายกำหนดฤดู วัน ปี และให้เป็นดวงสว่างบนฟ้า เพื่อส่องสว่างบนแผ่นดิน” ก็เป็นดังนั้น พระเจ้าได้ทรงสร้างดวงสว่างขนาดใหญ่ไว้สองดวง ให้ดวงใหญ่ครองวัน ดวงเล็กครองคืน พระองค์ทรงสร้างดวงดาวต่างๆด้วย พระเจ้าทรงตั้งดวงสว่างเหล่านี้ไว้บนฟ้า ให้ส่องสว่างบนแผ่นดิน ให้ครองวันและคืน และแยกความสว่างออกจากความมืด พระเจ้าทรงเห็นว่าดี”

สวรรค์ชั้นที่สาม สถานที่ซึ่งไม่เปิดเผย เป็นที่ประทับของพระเจ้า พรเยซูทรงสัญญาว่าทรงจัดเตรียมที่ในสวรรค์สำหรับคริสเตียนแท้

ยอห์น 14:2 “ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย”

สวรรค์เป็นจุดหมายปลายทางของสิทธิชนทั้งหลายในพันธสัญญาเดิม ผู้ได้ตายโดยเชื่อวางใจในพระสัญญาของพระเจ้าพระผู้ไถ่

เอเฟซัส 4:8 “เหตุฉะนั้นจึงมีพระวจนะว่า ครั้นพระองค์เสด็จขึ้นไปสู่ที่สูง พระองค์ ก็ทรงนำพวกเชลยไป และประทานของประทานแก่มนุษย์”

ใครก็ตามที่เชื่อในพระคริสต์จะไม่พินาศแต่มีชีวิตนิรันดร์

ยอห์น 3:16 “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”

อัครสาวกยอห์นได้รับสิทธิพิเศษให้เห็นนิมิตและรายงานเรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์

วิวรณ์ 21:10-27 “ท่านได้นำข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่ และได้สำแดงให้ข้าพเจ้าเห็นนครบริสุทธิ์คือเยรูซาเล็ม ซึ่งกำลังลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า นครนั้นประกอบด้วยพระสิริของพระเจ้า ใสสว่างดุจแก้วมณีอันหาค่ามิได้ เช่นเดียวกับแก้วมณีโชติอันสุกใสและเป็นผลึก นครนั้นมีกำแพงสูงใหญ่ มีประตูสิบสองประตู และที่ประตูมีทูตสวรรค์สิบสององค์ และที่ประตูนั้นจารึกเป็นชื่อเผ่าของพวกอิสราเอลสิบสองเผ่า ทางด้านตะวันออกมีสามประตู ทางด้านเหนือมีสามประตู ทางด้านใต้มีสามประตูและทางด้านตะวันตกมีสามประตู และกำแพงนครนั้นมีฐานศิลาสิบสองฐาน และที่ฐานศิลานั้นจารึกชื่ออัครทูตสิบสองคนของพระเมษโปดก ทูตสวรรค์องค์ที่พูดกับข้าพเจ้านั้นถือไม้วัดทองคำเพื่อจะวัดนคร และวัดประตู และกำแพงของนครนั้น นครนั้นเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวเท่ากัน และท่านเอาไม้วัดนครนั้นได้สองพันกว่ากิโลเมตรกว้างยาวและสูงเท่ากัน ท่านวัดกำแพงนครนั้นได้ร้อยสี่สิบสี่ศอกตามมาตราวัดของมนุษย์ ซึ่งเหมือนกันกับของทูตสวรรค์ กำแพงนครนั้นก่อด้วยแก้วมณีโชติ และนครนั้นสร้างด้วยทองคำเนื้อบริสุทธิ์สุกใสดุจแก้ว ฐานของกำแพงนครนั้นประดับด้วยเพชรนิลจินดาทุกชนิด ฐานที่หนึ่งเป็นแก้วมณีโชติ ที่สองไพฑูรย์ ที่สามโมรา ที่สี่มรกต ที่ห้าโกเมน ที่หกทับทิม ที่เจ็ดบุษราคัมน้ำแก่ ที่แปดเพทาย ที่เก้าบุษราคัมน้ำอ่อน ที่สิบหยก ที่สิบเอ็ดนิล ที่สิบสองเป็นพลอยสีม่วง ประตูทั้งสิบสองประตูนั้นทำด้วยไข่มุกสิบสองเม็ด ประตูละเม็ด และถนนในนครนั้นเป็นทองคำบริสุทธิ์ ใสราวกับแก้ว ข้าพเจ้าไม่เห็นมีพระวิหารในนครนั้นเลย เพราะพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด และพระเมษโปดกทรงเป็นพระวิหารในนครนั้น นครนั้นไม่ต้องการแสงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เพราะว่าพระสิริของพระเจ้าเป็นแสงสว่างของนครนั้น และพระเมษโปดกทรงเป็นดวงประทีปของนครนั้น บรรดาประชาชาติจะเดินไปในท่ามกลางแสงสว่างของนครนั้น และบรรดากษัตริย์ในแผ่นดินโลกจะนำศักดิ์ศรีของตนเข้ามาในนครนั้น ประตูนครทุกประตูจะไม่ปิดเลยในเวลากลางวัน และจะไม่มีเวลากลางคืนในนครนั้นเลย และคนทั้งหลายจะนำศักดิ์ศรีและเกียรติของบรรดาประชาชาติเข้ามาในนครนั้น สิ่งใดที่เป็นมลทิน หรือผู้ใดที่ประพฤติเป็นที่น่าสะอิดสะเอียน หรือพูดมุสาจะเข้าไปในนครไม่ได้เลย เฉพาะคนที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิตของพระเมษโปดกเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้”

ยอห์นได้เป็นพยานว่าสวรรค์(โลกใหม่) จะรื้อฟื้นคืนสู่ “พระสิริของพระเจ้า” การทรงปรากฏอยู่ของพระเจ้า เพราะสวรรค์ไม่มีกลางคืน และองค์พระเจ้าเองทรงเป็นความสว่าง ไม่จำเป็นต้องมีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อีกต่อไปเลย

วิวรณ์ 22:5 “ กลางคืนจะไม่มีอีกต่อไป เขาไม่ต้องการแสงตะเกียงหรือแสงอาทิตย์ เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเป็นแสงสว่างของเขา และเขาจะครอบครองอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์”

เมืองเต็มไปด้วยแสงสีงดงามสว่างจ้าของเพชรนิลจินดาอัญมณีที่ล้ำค่า สวรรค์มีสิบสองประตูและมีสิบสองฐาน สวรรค์แห่งสวนเอเดนฟื้นคืนกลับมา แม่น้ำแห่งชีวิตไหลอย่างเสรีและกลับมีต้นไม้แห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ออกผลทุกเดือนพร้อมกับมีกิ่งก้านสาขาซึ่ง” รักษาประชาชาติให้หาย”

วิวรณ์ 22:1-2 “ท่านได้ชี้ให้ข้าพเจ้าดูแม่น้ำที่มีน้ำแห่งชีวิต ใสเหมือนแก้วไหลมาจากพระที่นั่งของพระเจ้า และพระที่นั่งของพระเมษโปดก ไหลไปตามกลางถนนในนครนั้น และริมแม่น้ำทั้งสองฟากมีต้นไม้แห่งชีวิต ซึ่งออกผลสิบสองชนิด ออกผลทุกๆเดือนและใบของต้นไม้นั้นสำหรับรักษาบรรดาประชาชาติให้หาย”

อย่างไรก็ตาม ยอห์นใช้สำนวนโวหารบรรยายเรื่องสวรรค์ ความจริงเรื่องสวรรค์อยู่เหนือความสามารถของมนุษย์ที่จะบรรยายได้

1โครินธ์ 2:9 “ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า สิ่งที่ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยิน และสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์”

สวรรค์เป็นสถานที่แห่งความ “ไม่อีกต่อไป” ไม่มีน้ำตาอีกต่อไป ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป ไม่มีความเศร้าโศกอีกต่อไป

วิวรณ์ 21:4 “พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว”

ไม่มีการแยกจากกันอีกต่อไป เพราะความตายถูกพิชิตแล้ว

วิวรณ์ 20:6 “ผู้ใดที่ได้มีส่วนในการฟื้นจากความตายครั้งแรกก็เป็นสุขและบริสุทธิ์ ความตายครั้งที่สองจะไม่มีอำนาจเหนือคนเหล่านั้น แต่เขาจะเป็นปุโรหิตของพระเจ้าและของพระคริสต์ และจะครอบครองร่วมกับพระองค์ตลอดเวลาพันปี”

สิ่งดีที่สุดสำหรับสวรรค์คือการทรงประทับอยู่ของพระเจ้าผู้ช่วยให้รอดของเรา

1 ยอห์น 3:2 “ท่านที่รักทั้งหลาย บัดนี้เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า และยังไม่ปรากฏว่าต่อไปเบื้องหน้านั้นเราจะเป็นอย่างไร แต่เรารู้ว่าเมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น”

เราจะปรากฏอยู่ต่อพระพักตร์พระเมษโปดกผู้ทรงรักเราและยอมพลีพระชนม์เพื่อเรา เพื่อว่าเราสามารถเข้าเฝ้าต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยความชื่นบานในสวรรค์นิรันดร์



กลับสู่หน้าภาษาไทย



สวรรค์ เหมือน?