พระคัมภีร์พูดว่าอย่างไรเกี่ยวกับการแต่งงาน?




คำถาม: พระคัมภีร์พูดว่าอย่างไรเกี่ยวกับการแต่งงาน?

คำตอบ:
สถาบันสมรสของพระเจ้าถูกบันทึกไว้ในหนังสือปฐมกาล “ชายจึงว่า "นี่แหละ กระดูกจากกระดูกของเรา เนื้อจากเนื้อของเรา จะต้องเรียกว่าหญิง เพราะหญิงนี้ออกมาจากชาย เหตุฉะนั้นผู้ชายจึงจากบิดามารดาของเขาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน” (ปฐมกาล 2:23-24) พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ผู้ชายก่อนแล้วจึงทรงสร้างมนุษย์ผู้หญิงจาก “กระดูกของเขา” พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าพระเจ้าทรงดึงเอา “กระดูกซี่โครง” ของอาดัมออกมาชิ้นหนึ่ง (ปฐมกาล 2:21-22) คำแปลในภาษาฮีบรูหมายความว่าด้านข้างของคน ๆ หนึ่ง

ดังนั้นเอวาจึงถูกดึงออกมาจาก “ด้านข้าง” ของอาดัม และตรงนั้นเองคือที่ ๆ เธอควรอยู่ “ชายนั้นจึงตั้งชื่อบรรดาสัตว์ใช้งานและนกในอากาศ และบรรดาสัตว์ป่า แต่ชายนั้นยังหามีคู่อุปถัมภ์ที่สมกับตนไม่” (ปฐมกาล 2:20) คำว่า “คู่อุปถัมภ์” มาจากคำว่า “ezer” ในภาษาฮีบรู ซึ่งเป็นรากศัพท์ของคำว่าห้อมล้อม, ป้องกันหรือช่วยเหลือ, ช่วย, ผู้ช่วย, ผู้คอยช่วยเหลือ ดังนั้นมันจึงหมายความว่าช่วยเหลือ, สงเคราะห์ หรือช่วยเหลือ เอวาถูกสร้างขึ้นมาให้อยู่เคียงข้างอาดัมในฐานะ “อีกครึ่งหนึ่ง” ของเขา เพื่อเป็นผู้คอยช่วยเหลือ หรือผู้ช่วยของเขา เมื่อชายและหญิงแต่งงานกัน เขาทั้งสองจะกลายเป็น “เนื้อเดียวกัน” พันธสัญญาใหม่พูดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็น “หนึ่งเดียวกัน” ไว้ว่า “เขาจึงไม่เป็นสองต่อไป แต่เป็นเนื้ออันเดียวกัน เหตุฉะนั้นซึ่งพระเจ้าได้ทรงผูกพันกันแล้ว อย่าให้มนุษย์ทำให้พรากจากกันเลย” (มัทธิว 19:6)

มีหนังสือพระกิตติคุณหลายเล่มที่อัครทูตเปาโลเป็นผู้เขียนที่พูดเกี่ยวกับชีวิตสมรสตามแนวพระคัมภีร์ และผู้ เชื่อที่บังเกิดใหม่ควรสร้างความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสอย่างไร หนึ่งในข้อพระคัมภีร์เหล่านั้นอยู่ในหนังสือ 1 โครินธ์ บทที่ 7 และอีกตอนหนึ่งอยู่ในหนังสือเอเฟซัส 5:22-33 เมื่อเราศึกษาข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ด้วยกัน เราจะพบว่ามันให้หลักการที่เราสามารถนำมาใช้ได้เพื่อทำให้ความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสเป็นที่พอใจของพระเจ้า

ข้อพระคัมภีร์ในหนังสือเอเฟซัสมีเนื้อความที่ล้ำลึกเป็นพิเศษเมื่อพูดถึงการสมรสที่ประสพผลสำเร็จตามแนวพระคัมภีร์ “ฝ่ายภรรยาจงยอมฟังสามีของตนเหมือนยอมฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร” (เอเฟซัส 5:22-23) “ฝ่ายสามีก็จงรักภรรยาของตน เหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร และทรงประทานพระองค์เองเพื่อคริสตจักร” (เอเฟซัส 5:25) “เช่นนั้นแหละ สามีจึงควรจะรักภรรยาของตนเหมือนกับรักกายของตนเอง ผู้ที่รักภรรยาของตนก็รักตนเอง เพราะว่าไม่มีผู้ใดเกลียดชังเนื้อหนังของตนเอง มีแต่เลี้ยงดูและทนุถนอม เหมือนพระคริสต์ทรงกระทำแก่คริสตจักร” (เอเฟซัส 5:28-29) “เพราะเหตุนี้ผู้ชายจึงจะละบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน” (เอเฟซัส 5:31)

เมื่อสามีและภรรยาเลือกที่จะใช้หลักการดังกล่าวอย่างกลมกลืนกับความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ในฐานะผู้เชื่อที่บังเกิดใหม่ มันก็จะทำให้เขาทั้งสองมีชีวิตสมรสที่สอดคล้องกับพระคัมภีร์ นี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่มีน้ำหนักเทเอียงไปข้างเดียว แต่เป็นความสัมพันธ์ที่สมดุลโดยมีพระคริสต์เป็นผู้นำของครอบครัว ดังนั้นชีวิตสมรสตามแนวพระคัมภีร์จึงเป็นชีวิตสมรสที่หลอมรวมคนสองคนเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นภาพของความเป็นหนึ่งเดียวกันของพระคริสต์กับคริสตจักรของพระองค์



กลับสู่หน้าภาษาไทย



พระคัมภีร์พูดว่าอย่างไรเกี่ยวกับการแต่งงาน?