ทำไมเราควรจะ ศึกษาพันธสัญญาเดิม?




คำถาม: ทำไมเราควรจะ ศึกษาพันธสัญญาเดิม?

คำตอบ:
พระคัมภีร์เป็นการเปิดเผยแบบก้าวหน้า

ถ้าคุณข้ามครึ่งแรกของหนังสือที่ดีเล่มใด ๆ และพยายามที่จะอ่านให้จบ คุณจะพบความยากลำบากที่จะเข้าใจตัวบุคคล เค้าโครงเรื่อง และ ตอนจบ ในทำนองเดียวกัน เราก็เข้าใจพันธสัญญาใหม่ทั้งหมด เมื่อเราพบว่ามันมาเติมเต็มทำให้ เหตุการณ์ต่างๆ บุคคลต่างๆ บทบัญญัติ พิธีถวายเครื่องบูชา พันธสัญญา และสัญญา ต่างๆ ในพันธสัญญาเดิมสำเร็จครบบริบูรณ์ ถ้าเรา มีแค่พันธสัญญาใหม่ เราจะมาถึงพระกิตติคุณ และไม่ ทราบว่าทำไมชาวยิวกำลังรอคอยพระเจ้า (กษัตริย์พระผู้ช่วยให้รอด)

ถ้าไม่มีพันธสัญญาเดิม เราจะไม่ เข้าใจว่าทำไมพระเมสสิยาห์กำลังจะเสด็จมา (ดู อิสยาห์ 53 ) เราจะไม่ สามารถที่จะพิสูจน์ว่าพระเยซู แห่งนาซาเร็ธทรงเป็นพระเจ้า โดยผ่านคำพยากรณ์ละเอียดมากมายที่ทรงประทานเกี่ยวกับพระองค์ ( สถานที่ประสูติของพระองค์) มีคาห์ 5:2 “โอ เบธเลเฮม เอฟราธาห์ แต่เจ้า ผู้เป็นหน่วยเล็กในบรรดาตระกูล ของยูดาห์ จากเจ้าจะมีผู้หนึ่งออกมาเพื่อเรา เป็นผู้ที่จะปกครองในอิสราเอล ดั้งเดิมของท่านมาจากสมัยเก่า จากสมัยโบราณกาล”

ลักษณะของการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ (บทเพลงสดุดี 22 โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ 1,7-8, 14-18 “พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย เหตุใด พระองค์ทรงเมินเฉยที่จะช่วยข้าพระองค์ และต่อถ้อยคำคร่ำครวญของข้าพระองค์ ผู้ที่เห็นข้าพระองค์ก็เย้ยหยัน เขาบุ้ยปากและสั่นศีรษะใส่ข้าพระองค์กล่าวว่า เขามอบตัวไว้กับพระเจ้า ให้พระองค์ทรงช่วยเขาสิ ให้พระองค์ช่วยเขา เพราะพระองค์ทรงพอพระทัยในเขา ข้าพระองค์ถูกเทออกเหมือนอย่างน้ำ กระดูกทั้งสิ้นของข้าพระองค์หลุดลุ่ยไป จิตใจก็เหมือนขี้ผึ้ง ละลายภายในอกของข้าพระองค์ กำลังของข้าพระองค์เหือดแห้งไปเหมือนเศษหม้อดิน และลิ้นของข้าพระองค์ก็เกาะติดที่ขากรรไกร พระองค์ทรงวางข้าพระองค์ไว้ในผงคลีมัจจุราช พระเจ้าข้า บรรดาสุนัขล้อมรอบข้าพระองค์ไว้ คนทำชั่วหมู่หนึ่งล้อมข้าพระองค์ เขาแทงมือแทงเท้าข้าพระองค์ ข้าพระองค์นับกระดูกของข้าพระองค์ได้เป็นชิ้นๆ เขาจ้องมองและยิ้มเยาะข้าพระองค์ เสื้อผ้าของข้าพระองค์เขาแบ่งปันกัน ส่วนเสื้อของข้าพระองค์นั้นเขาก็จับฉลาก กัน” เพลงสดุดี 69:21 “เขาให้ดีหมีแก่ข้าพระองค์เป็นอาหารให้น้ำส้มสายชูแก่ข้าพระองค์ดื่มแก้ กระหาย”

การฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์

บทเพลงสดุดี16:10 “เพราะพระองค์มิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้กับแดนผู้ตาย หรือให้ธรรมิกชนของพระองค์ต้องเห็นปากแดนนั้น” และรายละเอียดภารกิจของพระองค์อื่น ๆ อีกมากมาย

อิสยาห์ 52:13 “ดูเถิด ผู้รับใช้ของเราจะทำอย่างมีสติปัญญา ท่านจะสูงเด่นและเป็นที่เทิดทูน และท่านจะสูงนัก”

อิสยาห์ 9:2 “ชนชาติที่ดำเนินในความมืด จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดิน แห่งเงามัจจุราช สว่างจะได้ส่องมาบนเขา”

ปราศจากพันธสัญญาเดิม เราจะไม่ เข้าใจประเพณีของชาวยิว ที่ได้กล่าวถึงและส่งต่อไปในพันธสัญญาใหม่ เรา จะไม่เข้าใจ พฤติกรรมออกนอกลู่นอกทางที่พวกฟาริสี ได้ทำต่อบทบัญญัติของพระเจ้า โดยที่พวกเขาเพิ่มเติมประเพณีของเขาเข้าไป เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพระเยซูทรงผิดหวัง เมื่อเวลาพระองค์ทรงชำระลานพระวิหาร เราก็จะไม่ เข้าใจว่าเรา สามารถใช้ประโยชน์จากพระปัญญาเดียวกับที่พระคริสต์ทรงใช้ใน การโต้ตอบกับศัตรูของพระองค์ (ทั้ง มนุษย์และ ปีศาจ)

ปราศจากพันธสัญญาเดิม เราจะพลาดคำพยากรณ์ที่ละเอียดมากมายที่สามารถเป็นจริงได้ ถ้าพระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้าไม่ใช่ของมนุษย์ (ดูคำพยากรณ์หลักและรอง) (เช่น ดาเนียล 7 และ บทอื่นที่ตามมา) คำพยากรณ์เหล่านี้ให้ รายละเอียด ที่เฉพาะเจาะจง เกี่ยวกับ การเจริญขึ้นและ การล่มสลายของ ประเทศ ประเทศจะล่มสลายอย่างไร หากประเทศต่างๆจะเจริญขึ้นอีกครั้ง ซึ่งต่อไปจะปรากฏมีอำนาจ ใครจะเป็นผู้เล่นที่สำคัญ (ไซรัส เล็กซานเดอร์มหาราช ฯลฯ) และ สิ่งที่ จะเกิดขึ้นในราชอาณาจักรของพวกเขาเมื่อผู้เล่นเหล่านั้นเสียชีวิต คำพยากรณ์อย่างละเอียดเหล่านี้ถูกต้องแม่นยำ จนผู้สงสัยคิดว่าพวกเขาต้องได้รับเขียนตามความจริง

พันธสัญญาเดิมได้ให้บทเรียนมากมายสำหรับเรา ผ่านทางชีวิตของบุคคลหลายคนที่ทำผิดพลาด

โดยการสังเกต ชีวิตของพวกเขา เราจะได้รับการหนุนน้ำใจที่จะไว้วางใจ พระเจ้า ไม่ว่าสิ่งที่ (ดาเนียล 3) และจะไม่ยอมประนีประนอมในสิ่งเล็กน้อย (ดาเนียล บทที่ 1 ) เพื่อที่เรา จะซื่อสัตย์ ต่อไปใน สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า(ดาเนียล 6) เราสามารถเรียนรู้ว่ามันดีที่สุดที่จะสารภาพบาปตอนต้นอย่างจริงใจแทนการบ่ายเบี่ยงการรับผิด (1 ซามูเอล 15) เราสามารถเรียนรู้ ที่จะไม่ เล่นกับบาป เพราะจะมันจะมาหาเรา ออกมากัดกินเป็นอันตรายถึงตาย ( ดูผู้วินิจฉัย 13-16) เราสามารถเรียนรู้ว่าเราต้องไว้วางใจ (และเชื่อฟัง ) พระเจ้า ถ้าเรา คาดหวังที่จะ ได้สัมผัสชีวิต ในแผ่นดินที่ทรงสัญญาในชีวิตนี้ และในสวรรค์ ของพระองค์ต่อไป (กันดารวิถี 13) เราเรียนรู้ว่าถ้าเราพิเคราะห์ดูบาป เรากำลังเตรียมการที่จะกระทำบาปนั้น (ปฐมกาล 3; โยชูวา 6-7) เราเรียนรู้ว่าบาป ของเราส่งผลกระทบไม่เพียงแต่สำหรับตัวเอง แต่สำหรับ คนที่เรารักอยู่รอบตัวเรา และตรงกันข้าม ที่พฤติกรรมที่ดีของเราส่งผลตอบแทนที่ไม่เพียงแต่สำหรับเรา แต่สำหรับผู้ที่อยู่รอบตัวเราด้วย (ปฐมกาล 3)

อพยพ 20:5-6 “อย่ากราบไหว้หรือปรนนิบัติรูป เหล่านั้น เพราะเราคือพระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชัง ข้าพระองค์ จนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน แต่เราแสดงความรักมั่นคงต่อคนที่รักเรา และปฏิบัติตามบัญญัติของข้าพระองค์ จนถึงพันชั่วอายุ คน”

พันธสัญญาเดิม ยังบรรจุเรื่องปัญญามหาศาลที่พันธสัญญาใหม่ไม่ได้กล่าวถึง ปัญญาทั้งหลายเหล่านี้ มีอยู่ในบทเพลงสดุดี และ สุภาษิต พระปัญญาส่วนหนึ่งได้เปิดเผย ฉันจะทำอย่างไรที่สามารถฉลาดกว่า ครูของฉัน ผลที่ความบาป ต่างๆ จะนำไปสู่ (มัน ช่วยให้เราเห็นว่าเบ็ดดักเหยื่อที่ซ่อนอยู่ ) และความสำเร็จที่ยึดเราในโลกนี้ (ไม่มีอะไร ) ฉันสามารถยอมรับว่าฉัน เป็นคนโง่ได้อย่างไร (คือ คนโง่ฝ่าย คุณธรรม) ฉันจะชักนำคนออกได้โดยไม่ตั้งใจได้อย่างไรโดยไม่ต้องลองพยายามทำดู ฉันสามารถเปิดประตูไปสู่ ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้อย่างไร ฉันสามารถหาความหมายในชีวิตได้อย่างไร อีกครั้ง มีมากที่เพียงเรารอคอยให้เราได้พบ โดยผู้ที่ ต้องการเรียนรู้อย่างแท้จริง

ปราศจากพันธสัญญาเดิม เราจะไม่มีพื้นฐานในการยืนหยัดต่อต้านความผิดพลาดของความวิปริตทางการเมืองในสังคมของเรา ที่ซึ่งวิวัฒนาการเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งทุกชนิดกว่าหลายล้านปี (แทนที่เรื่องนี้เป็นผลจากการทรงสร้างพิเศษของพระเจ้าแท้จริงในหกวัน) เรา จะซื้อสายงานซึ่งการแต่งงาน และหน่วยครอบครัว ที่เป็นโครงสร้างที่ค่อยๆ พัฒนา ที่ ควรจะ เปลี่ยนต่อไปเพราะสังคมเปลี่ยนแปลง แทนที่จะ ถูกมองว่าเป็นการออกแบบโดยพระเจ้า เพื่อวัตถุประสงค์ ของการเลี้ยงดูบุตรที่ชอบธรรมของพระเจ้า และเพื่อป้องกันเหล่าคนที่จะถูกใช้ ในทางที่ผิด (ส่วนใหญ่มักจะเป็น ผู้หญิงและเด็ก)

ปราศจากพันธสัญญาเดิม เราจะไม่ เข้าใจว่าพระสัญญาของพระเจ้าจะสำเร็จบริบูรณ์ในชนชาติยิว

ผลก็คือ เราจะไม่เห็นว่ายุคแห่งความยากลำบากเป็นเวลาเจ็ดปีอย่างถูกต้อง ที่ซึ่งพระองค์จะทรงทำงานร่วมกับชนชาติยิว ชาติที่ปฏิเสธการเสด็จมาครั้งแรกของพระองค์ แต่จะเป็นผู้ที่จะได้ต้อนรับการเสด็จมาครั้งที่สองของ พระองค์ เราจะไม่เข้าใจ การปกครอง รัชสมัย 1,000 ปีของพระคริสต์ในอนาคต สอดคล้องกับพระสัญญาของพระองค์ที่มีต่อชาวยิวหรือจะสอดคล้องกับคนต่างชาติอย่างไร และเราจะไม่เห็นว่าตอนสุดท้ายของพระคัมภีร์ผูกปลาย หลวมที่ถูกแก้หลุดในตอนเริ่มต้นของพระคัมภีร์อย่างไร พระเจ้าจะทรงฟื้นคืนสวรรค์ที่เมื่อเริ่มต้นพระองค์ได้ทรง สร้างโลกนี้ให้เป็นดังนั้นได้อย่างไร และเราจะมีความสุขที่ได้ใกล้ชิดติดสนิทกับพระองค์เป็นพื้นฐานส่วนตัว ราวกับว่าอยู่ในสวนเอเดนได้อย่างไร

โดยสรุป พันธสัญญาเดิม เป็นกระจก ที่ส่องให้เรา เห็นตัวเองจากชีวิตของบุคคลต่างๆ ในพันธสัญญาเดิม และช่วยให้ เราเรียนรู้อย่างมีประสบการณ์จาการฟังจาก ชีวิตของพวกเขา

มันให้ความสว่างชัดว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ใด และสิ่งมหัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทรงทำ และความรอดที่พระองค์ได้ทรงสร้างขึ้น มันแบ่งปันความสุขสบายมากแก่ผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหง หรือมีความลำบาก (ดู สดุดี โดยเฉพาะ) มันแสดงให้เห็น ผ่านคำพยากรณ์สำเร็จ ซ้ำ ๆ ว่าทำไม พระคัมภีร์เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครในบรรดาหนังสือ ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย---เป็นเล่มเดียวที่แสดงให้เห็นสิ่งที่ยืนยันว่าเป็น พระคำพระเจ้า ที่ได้รับการดลใจ มันเปิดเผยในหนังสือหลายเล่มที่เขียนเกี่ยวกับ พระคริสต์หน้าแล้วหน้าเล่า มันบรรจุเรื่องปัญญามากจนเกินกว่าสิ่งที่พาดพิงถึง หรือ อ้างถึงใน พันธสัญญาใหม่

โดยสรุป หาก คุณยังไม่ได้เสี่ยงใน เชิงลึก ลงในหน้าพระคัมภีร์ คุณกำลังพลาดสิ่งที่พระเจ้าจัดไว้ให้สำหรับคุณ ในขณะที่คุณ อ่าน จะมี มาก ที่คุณไม่เข้าใจ ในทันที แต่ก็มี มาก ที่คุณจะ เข้าใจ และเรียนรู้ได้ และในขณะที่ คุณยังคง ศึกษานั้น ทูล ขอพระเจ้า ที่จะสอนคุณต่อไป คุณจะได้ความเข้าใจกระจ่างชัด



กลับสู่หน้าภาษาไทย



ทำไมเราควรจะ ศึกษาพันธสัญญาเดิม?