ทำไมการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์สำคัญ?




คำถาม: ทำไมการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์สำคัญ?

คำตอบ:
การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูสำคัญเพราะสาเหตุหลายประการ

ประการแรกมันจะเป็นพยานถึงฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

การเชื่อในการฟื้นคืนพระชนม์คือการเชื่อในพระเจ้า

ถ้าพระเจ้าทรงเป็นอยู่จริงและถ้าทรงสร้างจักรวาลและมีอำนาจครอบครองนั้น พระองค์ทรงมีอำนาจที่จะฟื้นคนตายให้เป็นขึ้นได้ ถ้าพระองค์ ไม่ได้มีอำนาจเช่นนี้ พระองค์ก็ไม่ได้ทรงเป็นพระเจ้าที่เราสมควรเชื่อถือและนมัสการ มีแต่พระองค์เท่านั้นที่ทรงสร้างชีวิตได้ ทรงสามารถฟื้นคืนพระชนม์ได้หลังจากความตาย พระองค์เท่านั้นที่ทรงสามารถพลิกกลับความความตายอันน่าสยองนั้นได้เอง และมีเพียงพระองค์เท่านั้นที่ทรงสามารถถอนความเจ็บปวดจากความตายและมีชัยชนะนั่นคืออุโมงค์ฝังศพ 1โครินธ์ 15:54-55 “เมื่อสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้ จะสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย และสภาพมตะนี้จะสวมสภาพอมตะ เมื่อนั้นตามซึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์จะสำเร็จว่า ความตายก็ถูกกลืนถึงปราชัยแล้ว โอ มัจจุราชเอ๋ย ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน โอ มัจจุราชเอ๋ย เหล็กไนของเจ้า อยู่ที่ไหน”

ในการที่พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากอุโมงค์ พระเจ้าทรงเตือนเราให้ระลึกถึงความเป็นพระเจ้าผู้ทรงมีอำนาจครอบครองเหนือชีวิตและความตาย

ประการที่สอง การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นการคืนกลับชีวิตใหม่ของมนุษย์ ซึ่งเป็นทฤษฎีพื้นฐานของความเชื่อคริสเตียน

ซึ่งแตกต่างจากศาสนาอื่นๆ มีเพียงศาสนาคริสต์เท่านั้นที่ผู้ทรงก่อตั้งได้ทรงเป็นขึ้นจากความตาย และผู้ที่สัญญาว่าสาวกของพระองค์จะทำได้เช่นเดียวกัน

ศาสนาอื่น ๆ ทั้งหมดถูกก่อตั้งขึ้นโดยคนและผู้เผยพระวจนะ ซึ่งในที่สุดจบชีวิตในหลุมฝังศพ ในฐานะคริสเตียน เรารับความสุขสบายโดยความจริงที่ว่าพระเจ้าของเราเสด็จมาเป็นคนธรรมดา ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของเรา และได้รับการฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม อุโมงค์ไม่สามารถยึดพระองค์ไว้ได้ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ วันนี้ทรงประทับอยู่ทางขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าพระบิดาในสวรรค์

ใน 1 โครินธ์ 15 เปาโลอธิบายรายละเอียดถึงความสำคัญของการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ บางคนในเมืองโครินธ์ไม่เชื่อในการฟื้นคืนพระชนม์จากตาย และในบทนี้เปาโลบอกผลร้ายแรงที่ตามมาหกอย่างถ้าไม่มีการฟื้นคืนพระชนม์:

1) การเทศนาของพระคริสต์จะไม่มีความหมายใดๆ 1โครินธ์ 15:14 “ถ้าพระคริสต์มิได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา การเทศนาของเรานั้นก็ไม่มีหลัก ทั้งความเชื่อของท่านทั้งหลายก็ไม่มีหลักด้วย”

2) ความเชื่อในพระคริสต์จะไร้ประโยชน์ (ข้อ14)

3) พยานและนักเทศน์ทั้งหมดเรื่องการฟื้นคืนชีพจะกลายเป็นคนโกหก 1โครินธ์ 15:15 “และก็จะปรากฏว่าเราอ้างพยานเท็จในเรื่องพระเจ้า เพราะเราอ้างพยานว่าพระองค์ได้ทรงชุบพระคริสต์ให้เป็นขึ้นมา แต่ถ้าคนตายไม่ถูกทรงชุบให้เป็นขึ้นมาแล้ว พระองค์ก็ไม่ได้ทรงชุบพระคริสต์ให้เป็นขึ้นมา”

4) ไม่มีใครจะได้รับการไถ่ให้รอดจากบาป 1โครินธ์ 15:17 “และถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา ความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์ ท่านก็ยังตกอยู่ในบาปของตน”

5) ผู้เชื่อทั้งหมดในอดีตคงได้พินาศไป 1โครินธ์ 15:18 “และคนทั้งหลายที่ล่วงหลับในพระคริสต์ก็พินาศไปด้วย”

6) คริสตชนจะเป็นคนน่าสมเพชมากที่สุดในโลก

1โครินธ์ 15:19 “ถ้าในชีวิตนี้ พวกเราซึ่งอยู่ในพระคริสต์มีแต่ความหวังเท่านั้น เราก็เป็นพวกที่น่าสังเวชที่สุดในบรรดาคนทั้งปวง”

1โครินธ์ 15:20 “แต่ความจริงพระคริสต์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกในพวกคนทั้งหลายที่ได้ล่วงหลับไปแล้วนั้น”

เราจะติดตามพระองค์เรื่องการฟื้นคืนพระชนม์ พระคำของพระเจ้าที่ได้รับการดลใจรับรองผู้เชื่อเรื่องการคืนพระชนม์ในการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์เพื่อพระกายของพระองค์ (คริสตจักร) ในวันสิ้นโลกที่ทรงเสด็จมารับเราไปสวรรค์ ความหวังดังกล่าวและคำมั่นสัญญาส่งผลเป็นบทเพลงที่ยิ่งใหญ่ของชัยชนะขณะที่เปาโลเขียนว่า: 1โครินธ์15:5555 “โอ มัจจุราชเอ๋ย ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน โอ มัจจุราชเอ๋ย เหล็กไนของเจ้าอยู่ที่ไหน”

ข้อพระคัมภีร์สรุปเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับความสำคัญของการฟื้นจากความตายอย่างไร

1โครินธ์15:58 “เหตุฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า ท่านจงตั้งมั่นอยู่ อย่าหวั่นไหว จงปฏิบัติงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า โดยองค์พระผู้เป็นเจ้า การของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้” เขาเตือนเราให้ระลึกว่า เพราะเรารู้ว่าเราจะได้รับการฟื้นคืนกลับมีชีวิตใหม่ เราสามารถอดทนต่อการกดขี่ข่มเหงและอันตรายเพราะเห็นแก่พระคริสต์ เหมือนอย่างที่พระองค์ทรงทำ 1โครินธ์15:30-31 “และเหตุไฉนข้าพเจ้าจึงต้องเผชิญกับภัยอันตรายตลอดเวลาเล่า ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอยืนยัน โดยอ้างความภูมิใจซึ่งข้าพเจ้ามีอยู่ในท่านทั้งหลาย โดยพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราว่า ข้าพเจ้าตายทุกวัน” เราสามารถทำตามตัวอย่างของผู้พลีชีพนับพันคนผ่านประวัติศาสตร์ ผู้ที่ยินดีแลกกับชีวิตบนโลกของพวกเขาสำหรับชีวิตนิรันดร์ผ่านการฟื้นคืนพระชนม์ 1โครินธ์ 15:3-4 “เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่านทั้งหลาย เป็นเรื่องสำคัญที่สุดคือว่าพระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์ เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ และทรงถูกฝังไว้ แล้ววันที่สามพระองค์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่ ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์นั้น” และพระองค์ จะเสด็จมาอีกครั้ง

1เธสะโลนิกา 4:13-18 “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เราไม่อยากให้ท่านไม่ทราบความจริงเรื่องคนที่ล่วงหลับไปแล้ว เพื่อท่านจะไม่เป็นทุกข์โศกเศร้า อย่างคนอื่นๆที่ไม่มีความหวัง

เพราะในเมื่อเราเชื่อว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ และทรงคืนพระชนม์แล้ว โดยพระเยซูนั้น พระเจ้าจะทรงนำบรรดาคนที่ล่วงหลับไปแล้วนั้น มากับพระองค์ ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบ ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า เราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา จะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่ ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์ เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด” ทำไมการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์สำคัญต่อความรอด มันแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าได้ยอมรับการเสียสละพระชนม์ของพระเยซูเพื่อเห็นแก่เรา มันพิสูจน์ว่าพระเจ้ามีฤทธิ์อำนาจที่จะยกเราจากความตาย มันรับประกันว่าเหล่าคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์จะยังคงไม่ตาย แต่จะได้รับการฟื้นคืนชีวิตใหม่เป็นชีวิตนิรันดร์ นั่นเป็นความหวังที่เป็นพระพรของเรา!



กลับสู่หน้าภาษาไทย



ทำไมการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์สำคัญ?