พระเจ้ากำลังทรงบูรณะให้มีอัครทูตและผู้เผยพระวจนะในคริสตจักรทุกวันนี้หรือ?




คำถาม: พระเจ้ากำลังทรงบูรณะให้มีอัครทูตและผู้เผยพระวจนะในคริสตจักรทุกวันนี้หรือ?

คำตอบ:
การขับเคลื่อนเพื่อบูรณะภาระหน้าที่ของอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ โดยอาศัยคำอ้างว่าอัครทูตและผู้เผยพระวจนะต้องเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรในพระธรรมเอเฟซัส 4:11-12

ในระหว่างศตวรรษแรกของคริสตจักร มีภาระหน้าที่ของอัครทูต และมีของประทานฝ่ายจิตวิญญาณในการเป็นอัครทูต ภาระหน้าที่หรือตำแหน่งของอัครทูตจัดโดยสาวกของพระเยซู12 คน รวมทั้งมัทธีอัส ผู้ที่มาแทนที่ยูดาสและเปาโล อัครทูตได้รับการเลือกสรรเป็นพิเศษโดยพระคริสต์

มาระโก 3:16-19 “และซีโมนนั้นพระองค์ทรงประทานชื่ออีกว่า เปโตร และยากอบบุตรเศเบดีกับยอห์นน้องของยากอบ ทั้งสองคนนี้พระอง ค์ทรงประทานชื่ออีกว่า โบอาเนอเย แปลว่า ลูกฟ้าร้อง อันดรูว์ ฟีลิป บารโธโลมิว มัทธิว โธมัส ยากอบบุตรอัลเฟอัส ธัดเดอัส ซีโมน พรรคชาตินิยม และยูดาสอิสคาริโอท ที่ได้อายัดพระองค์ไว้นั้น พระองค์จึงเสด็จเข้าไปในเรือน”

เราพบเรื่องการเลือกคนมาแทนที่ยูดาสในพระธรรมกิจการ

1: 20-26 “ด้วยมีคำเขียนไว้ในพระธรรมเพลงสดุดีว่า ขอให้ที่อยู่ของเขาร้างเปล่า และอย่าให้มีผู้ใดอยู่ที่นั่น และขอให้อีกผู้หนึ่งมายึดตำแหน่งของเขา เหตุฉะนั้น ในบรรดาคนที่เป็นพวกเดียวกับเราเสมอตลอดเวลาที่พระเยซูเจ้าได้ เสด็จเข้าออกกับเรา คือตั้งแต่บัพติศมาของยอห์น จนถึงวันที่พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไปจากเรา คนหนึ่งในพวกนี้จะต้องเป็นพยานกับเรา ว่าพระองค์ได้ทรงคืนพระชนม์แล้ว’ เขาทั้งหลายจึงเสนอชื่อคนสองคนคือ โยเซฟที่เรียกว่าบารซับบาส มีนามสกุลว่ายุสทัสและมัทธีอัส แล้วพวกศิษย์จึงอธิษฐานว่า ‘พระองค์ผู้ทรงทราบใจของมนุษย์ทั้งปวงเจ้าข้า ขอทรงสำแดงว่าในสองคนนี้พระองค์ทรงเลือกคนไหน ให้รับส่วนในการปรนนิบัตินี้ และรับตำแหน่งเป็นอัครทูตแทนยูดาส ซึ่งได้หลงจากหน้าที่ไปยังที่ของตน’ เขาทั้งหลายจึงจับฉลากกัน และสลากนั้นได้แก่มัทธีอัสจึงนับเขา เข้ากับอัครทูตสิบเอ็ดคนนั้น”

ขอให้สังเกตในพระธรรมตอนนี้ว่าฐานะของยูดาสเรียกว่า "ภาระหน้าที่". ควรจะตั้งข้อสังเกตว่าเปาโลได้รับการเลือกสรรโดยพระคริสต์

1โครินธ์ 15:8-9 “ครั้งหลังที่สุดพระองค์ทรงปรากฏแก่ข้าพเจ้า ผู้เป็นเสมือนเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เพราะว่าข้าพเจ้าเป็นผู้น้อยที่สุดในพวกอัครทูต และไม่สมควรจะได้ชื่อว่าเป็นอัครทูต เพราะว่าข้าพเจ้าได้เคี่ยวเข็ญคริสตจักรของพระเจ้า”

กาลาเทีย 1:1 “เปาโล ผู้เป็นอัครทูต (มิใช่มนุษย์แต่งตั้ง หรือมนุษย์เป็นตัวแทนแต่งตั้ง แต่พระเยซูคริสต์และพระบิดาเจ้า ผู้ทรงโปรดให้พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย ได้ทรงแต่งตั้ง)”

กาลาเทีย 2:6-9 “และจากพวกเหล่านั้นที่เขาถือว่าเป็นคนสำคัญ (เขาจะเคยเป็นอะไรมาก่อนก็ตาม ก็ไม่สำคัญอะไรสำหรับข้าพเจ้าเลย พระเจ้ามิได้ทรงเห็นแก่หน้าผู้ใด) คนเหล่านั้นซึ่งเขาถือว่าเป็นคนสำคัญ ไม่ได้เพิ่มเติมสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แก่ข้าพเจ้าเลย แต่ตรงกันข้ามเมื่อเขาเห็นว่า ข้าพเจ้าได้รับมอบให้ประกาศข่าว ประเสริฐแก่คนเหล่านั้นที่ไม่ถือพิธีเข้าสุหนัต เช่นเดียวกับเปโตรได้รับมอบให้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนที่ถือพิธีเข้าสุหนัต (เพราะว่าพระองค์ผู้ได้ทรงดลใจเปโตรให้เป็นทูต ไปหาพวกที่ถือพิธีเข้าสุหนัต ก็ได้ทรงดลใจข้าพเจ้าให้ไปหาคนต่างชาติเหมือนกัน) เมื่อยากอบกับเคฟาสและยอห์นผู้ที่เขานับถือว่าเป็นหลัก ได้เห็นพระคุณซึ่งประทานแก่ข้าพเจ้าแล้ว ก็ได้จับมือขวาของข้าพเจ้ากับบารนาบัส แสดงว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน เพื่อให้เราไปหาคนต่างชาติ และท่านเหล่านั้นจะไปหาพวกที่ถือพิธีเข้าสุหนัต”

คนเหล่านี้ได้รับมอบภาระให้ทำการวางรากฐานของคริสตจักรสากล

เอเฟซัส 2:20 “ท่านได้ถูกประดิษฐานขึ้น บนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก”

มีการวางรากฐานของคริสตจักรสากลลงในศตวรรษแรก นี่คือเหตุผลที่ไม่ต้องมีภาระหน้าที่ของอัครทูตอีกต่อไป ทันที่มีการวางรากฐานลง เราไม่จำเป็นต้องหาผู้จัดวางรากฐานอีก นอกจาก

นี้ยังมีของประทานฝ่ายวิญญาณในการเป็นอัครทูต (นี่ต้องไม่สับสนกับภาระหน้าที่----มันเป็นคนละแบบกัน) ในบรรดาผู้ที่มีของประทานฝ่ายวิญญาณได้แก่ ยากอบ บาร์นาบัส อันโดรนิกัส และจูนิอัส บางทีอาจมีสิลาสกับทิโมธี และอปอลโล

1โครินธ์15:7 “ภายหลังพระองค์ทรงปรากฏแก่ยากอบ แล้วแก่อัครทูตทั้งหมด”

กาลาเทีย 1:19 “แต่ว่าข้าพเจ้าไม่ได้พบอัครทูตคนอื่นเลย นอกจากยากอบ น้องขององค์พระผู้เป็นเจ้า”

กิจการ 14:4, 14 “แต่พลเมืองส่วนใหญ่แตกเป็นสองพวก พวกหนึ่งอยู่ฝ่ายพวกยิว และอีกพวกหนึ่งอยู่ฝ่ายอัครทูต แต่เมื่ออัครทูตบารนาบัสกับเปาโลได้ยินดังนั้น จึงฉีกเสื้อผ้าของตนเสียวิ่งเข้าไปท่ามกลางคนทั้งหลายร้องว่า”

1โครินธ์ 9:6 “เฉพาะข้าพเจ้าและบารนาบัสเท่านั้นหรือ ที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะเลิกทำงานหาเลี้ยงชีพ”

โรม 16:7 “ขอฝากความคิดถึงมายังอันโดรนิคัสกับยูนีอัส ผู้เป็นญาติของข้าพเจ้า และได้ถูกจำจองร่วมกับข้าพเจ้า เขาเป็นคนมีชื่อเสียงดีในหมู่พวกอัครทูต ทั้งได้อยู่ในพระคริสต์ก่อนข้าพเจ้าด้วย”

1 เธสะโลนิกา 1:1 “เปาโล สิลวานัส และทิโมธี เรียน คริสตจักรของชาวเมืองเธสะโลนิกา ในพระบิดาเจ้าและพระเยซูคริสตเจ้า ขอให้พระคุณและสันติสุขดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด”

1 เธสะโลนิกา 2:7 “แต่ว่าเราอยู่ในหมู่พวกท่าน ด้วยความสุภาพอ่อนโยน เหมือนมารดาที่เลี้ยงดูลูกของตน”

1โครินธ์ 4:6, 9 “พี่น้องทั้งหลาย ที่ได้นำตัวข้าพเจ้าและอปอลโลมากล่าวไว้ ก็เพื่อประโยชน์ของท่านทั้งหลาย ให้ท่านเอาเรื่องของเราเป็นตัวอย่าง เพื่อให้อยู่ในขอบเขตของพระคัมภีร์ มิให้ใครในพวกท่านพองตัวขึ้น ในการยกคนหนึ่งเหยียดอีกคนหนึ่ง เพราะข้าพเจ้าเห็นว่า พระเจ้าได้ทรงตั้งเราผู้เป็นอัครทูตไว้ในที่สุด เหมือนผู้ที่ได้ถูกปรับโทษให้ถึงตาย เพราะว่าจักรวาลคือทั้งทูตสวรรค์และมนุษย์ มองดูเราด้วยความพิศวง”

กลุ่มหลังนี้มีของประทานในการเป็นอัครทูต แต่ไม่ใช่"ภาระหน้าที่" ของอัครทูตที่ให้เกียรติสาวกสิบสองคนและเปาโลอย่างเป็นทางการ แล้วบรรดาผู้ที่ได้รับของประทานในการเป็นอัครทูต คือผู้ที่ประกาศพระกิตติคุณโดยสิทธิอำนาจของพระเจ้า คำว่าอัครทูตหมายถึง"บุคคลที่เป็นผู้แทนรับมอบสิทธิอำนาจ" นี่คือความจริงของบรรดาผู้มีภาระหน้าที่เป็นอัครทูต (เช่น เปาโล) และบรรดาผู้ที่มีของประทานฝ่ายวิญญาณ (เช่น อพอลโล) แม้ว่าจะมีคนอย่างนี้ทุกวันนี้ คนที่พระเจ้าส่งไปเพื่อจะเผยแพร่ข่าวประเสริฐนั้น มันเป็นการดีที่สุดที่จะไม่กล่าวอ้างว่าพวกเขาเป็นอัครทูต

ของประทานการเผยพระวจนะยังเป็นของประทานชั่วคราว ที่พระคริสต์ทรงประทานให้สำหรับการวางรากฐานคริสตจักรสากล

เอเฟซัส 2:20 “ท่านได้ถูกประดิษฐานขึ้น บนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก”

ผู้เผยพระวจนะประกาศข่าวสารจากพระเจ้าแก่บรรดาผู้เชื่อทั้งหลายในศตวรรษแรก ผู้เชื่อเหล่านี้ไม่ได้มีความได้เปรียบอย่างที่เรามีทุกวันนี้ ในการที่เรามีพระคัมภีร์ที่สมบูรณ์ พระธรรมเล่มสุดท้ายของพันธสัญญาใหม่ (พระธรรมวิวรณ์) ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จนกระทั่งถึงตอนปลายศตวรรษแรก ดังนั้นพระเจ้าทรงจัดหาคนที่มีของประทานที่เรียกว่าผู้เผยพระวจนะ ผู้ที่ประกาศข่าวสารจากพระเจ้า จนกระทั่งหลักข้อเชื่อของคัมภีร์เสร็จสมบูรณ์

ควรเป็นที่สังเกตว่าในปัจจุบันการสอนเรื่องการบูรณะให้มีผู้เผยพระวจนะและอัครทูตนั้นอยู่นอกเหนือจากสิ่งที่พระคัมภีร์บรรยายถึงผู้คนที่มีของประทานด้านการเผยพระวจนะและภาระหน้าที่ของอัครทูต บรรดาผู้ที่สอนเรื่องการบูรณะสอนว่า เราไม่ควรกล่าวแย้งหรือแม้แต่ซักถามเรื่องการมีอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ เพราะว่าการกล่าวแย้งพวกเขาคือการพูดต่อต้านพระเจ้า ถึงกระนั้น อัครทูตเปาโลกล่าวยกย่องชาวเมืองเบอเรีย ที่พวกเขาได้ตรวจสอบสิ่งที่ท่านกล่าวแย้งพระวจนะของพระเจ้า เพื่อให้แน่ใจว่าท่านพูดความจริง

กิจการ 17:10-11 “พอค่ำลงพวกพี่น้องจึงส่งเปาโลกับสิลาสไปยังเมืองเบโรอา ครั้นถึงแล้วท่านจึงเข้าไปในธรรมศาลาของพวกยิว ยิวชาวเมืองนั้นมีจิตใจสูงกว่าชาวเมืองเธสะโลนิกา ด้วยเขามีใจเลื่อมใสรับ พระวจนะของพระเจ้า และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจะ จริงดังกล่าวหรือไม่ อัครทูตเปาโลยังกล่าวแก่คนทั้งหลายในแคว้นกาลาเทียว่า ถ้าคนใด รวมทั้งตัวท่านเอง ควรสอนพระกิตติคุณอย่างอื่น บุคคลนั้นควรจะถูก "แช่งสาป"

กาลาเทีย 1:8-9 “แม้แต่เราเองหรือทูตสวรรค์ ถ้าประกาศข่าวประเสริฐอื่นแก่ท่าน ซึ่งขัดกับข่าวประเสริฐที่เราได้ประกาศแก่ท่านไปแล้วนั้น ก็จะต้องถูกแช่งสาป ตามที่เราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บัดนี้ข้าพเจ้าพูดอีกว่า ถ้าผู้ใดประกาศข่าว ประเสริฐอื่นแก่ท่าน ที่ขัดกับข่าวประเสริฐซึ่งท่านได้รับไว้แล้ว ผู้นั้นจะต้องถูกแช่งสาป”

ในทุกสิ่ง เปาโลชี้ให้ผู้คนยึดพระคัมภีร์โดยถือว่ามีสิทธิอำนาจขั้นสูงสุด คนทั้งหลายผู้ที่อวดอ้างว่าเป็นอัครทูตและผู้เผยพระวจนะทุกวันนี้ สร้างตัวเองให้มีสิทธิอำนาจสูงสุด บางอย่างที่เปาโลและสาวกสิบสองคนไม่เคยทำ

ควรเป็นที่สังเกตว่าพระคัมภีร์พูดถึงอัครทูตและผู้เผยพระวจนะในรูปอดีตกาล

2 เปโตร 3:2 “เพื่อท่านทั้งหลายจะได้จดจำถ้อยคำทั้งหลาย ที่พวกผู้เผยพระวจนะบริสุทธิ์ ได้กล่าวไว้เมื่อก่อน และพระบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า และพระผู้ช่วยให้ รอดโดยบรรดาอัครทูต”

ยูดาส 3-4 “ท่านที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้ตั้งใจจะเขียนถึงท่านเรื่องความรอดร่วมกัน แต่ข้าพเจ้าเห็นว่า จำเป็นจะต้องเขียนวิงวอนท่านให้ต่อสู้เพื่อหลักคำสอนที่เชื่อกันอยู่ ที่ได้ทรงโปรดมอบไว้แก่ธรรมิกชนครั้งเดียวเป็นพอนั้น เพราะว่ามีบางคนได้แอบแฝงเข้ามา ซึ่งพระคัมภีร์ได้บ่งไว้นานแล้วว่า เขาจะถูกพิพากษาลงโทษอย่างนี้ เขาเหล่านั้นเป็นคนอธรรม ที่ถือเอาพระคุณของพระเจ้าของเราเป็นเหตุให้กระทำความชั่วช้าลามกและเขาปฏิเสธพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นเจ้านายและองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแต่องค์เดียว สิ่งเหล่านี้บ่งบอกว่าผู้คนไม่ควรห่างจากข่าวประเสริฐที่อัครทูตได้สอนไว้ (รูปอดีตกาล)

ฮีบรู 2:3-4 “ดังนั้นถ้าเราละเลยความรอดอันยิ่งใหญ่แล้ว เราจะรอดพ้นไปอย่างไรได้ ความรอดนั้นได้เริ่มขึ้น โดยการประกาศขององค์พระผู้เป็นเจ้าเอง และบรรดาผู้ที่ได้ยินพระองค์ ก็ได้รับรองแก่เราว่าเป็นความจริง ทั้งนี้พระเจ้าก็ทรงเป็นพยานด้วย โดยทรงแสดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ และโดยการอิทธิฤทธิ์ต่างๆและโดยของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งทรงประทานตามน้ำพระทัยของพระองค์” นอกจากนี้ยังใช้รูปอดีตกาลกับการกระทำ (ในอดีต) ของคนเหล่านั้น "

สัญญาณ หมายสำคัญ และการอัศจรรย์ต่างๆ" ผ่านของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์



กลับสู่หน้าภาษาไทย



พระเจ้ากำลังทรงบูรณะให้มีอัครทูตและผู้เผยพระวจนะในคริสตจักรทุกวันนี้หรือ?