อะไรคือพระนามและตำแหน่งต่างๆ ของพระเยซูคริสต์?




คำถาม: อะไรคือพระนามและตำแหน่งต่างๆ ของพระเยซูคริสต์?

คำตอบ:
มีพระนามและตำแหน่ง 200 อย่างของพระคริสต์ที่เราพบในพระคัมภีร์ ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของพระนามที่โดดเด่นกว่าพระนามอื่นๆ จัดอยู่ในสามหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระนามที่สะท้อนพระลักษณะของพระคริสต์ พระภาคของพระองค์ในพระเจ้าตรีเอกานุภาพ และพระราชกิจที่ทรงทำในโลกเพื่อเรา

พระลักษณะของพระคริสต์

ศิลามุมเอก:
เอเฟซัส 2:20 “ท่านได้ถูกประดิษฐานขึ้น บนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก”

พระเยซูทรงเป็นศิลามุมเอกของตึกซึ่งเป็นคริสตจักรของพระองค์ ทรงผูกพันชาวยิวและคนต่างชาติทั้งชายและหญิงด้วยกัน-ผู้ชอบธรรมทุกคนจากทุกเพศทุกวัยและทุกสถานที่ รวมเป็นหนึ่งในโครงสร้างที่สร้างขึ้นบนความเชื่อในพระองค์ซึ่งทุกคนมาร่วมด้วยกัน

บุตรหัวปีเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง:
โคโลสี 1:15 “พระองค์ทรงเป็นพระฉายของพระเจ้า ผู้ซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา ทรงเป็นบุตรหัวปีเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง”

ไม่ใช่เฉพาะสิ่งแรกที่พระเจ้าได้ทรงสร้าง อย่างที่บางคนกล่าวถึงอย่างไม่ถูกต้อง เพราะข้อพระคัมภีร์ที่16 กล่าวว่า สรรพสิ่งทั้งหมดถูกสร้างขึ้นและเพื่อพระคริสต์ แต่ ความหมายคือว่าพระคริสต์ทรงครองตำแหน่งสูงส่งเป็นบุตรหัวปีเหนือทุกสรรพสิ่ง คือทรงดำรงตำแหน่งที่ถูกยกย่องสูงสุดในจักรวาล ทรงเป็นเลิศเหนือทุกสิ่ง ทรงเป็นศีรษะของทุกสิ่ง

ศีรษะของคริสตจักร:
เอเฟซัส 1:22 “พระเจ้าได้ทรงปราบสิ่งสารพัดลงไว้ใต้พระบาทของพระคริสต์ และได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นประมุขเหนือสิ่งสารพัดแห่งคริสตจักร”

เอเฟซัส 4:15 “แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ คือพระคริสต์”

เอเฟซัส 5:23 “เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร”

พระเยซูคริสต์ไม่ได้ทรงเป็นกษัตริย์หรือพระสันตะปาปา ทรงเป็นผู้ครอบครองอำนาจสูงสุดของคริสตจักร ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อคนทั้งหลาย และทรงเป็นผู้ประทานความรอดแก่บรรดาคนที่วางใจพระองค์

องค์บริสุทธิ์:
กิจการ 3:14 “แต่ท่านทั้งหลายได้ปฏิเสธพระองค์ ซึ่งเป็นองค์บริสุทธิ์และชอบธรรม และได้ขอให้เขาปล่อยผู้ฆ่าคนให้ท่านทั้งหลาย”

เพลงสดุดี 16:10 “เพราะพระองค์มิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้กับแดนผู้ตาย หรือให้ธรรมิกชนของพระองค์ต้องเห็นปากแดนนั้น”

พระคริสต์ทรงบริสุทธิ์ทั้งพระลักษณะพระเจ้าและมนุษย์ และทรงถือความบริสุทธิ์สำคัญที่สุดต่อประชากรของพระองค์ โดยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เราได้ถูกชำระให้สะอาดและบริสุทธิ์จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า

การพิพากษา:
กิจการ 10:42 “พระองค์ทรงสั่งให้เราทั้งหลายประกาศแก่คนทั้งปวง และเป็นพยานว่า พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์ไว้เป็นผู้พิพากษาทั้งคนเป็นและคนตาย”

2 ทิโมธี 4:8 “ต่อแต่นี้ไปมงกุฎแห่งความชอบธรรมก็จะเป็นของข้าพเจ้า ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้พิพากษาอันชอบธรรม จะทรงประทานเป็นรางวัลแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น และมิใช่แก่ข้าพเจ้าผู้เดียวเท่านั้น แต่จะทรงประทานแก่คนทั้งปวงที่ยินดีในการเสด็จมาของพระองค์”

พระเยซูเจ้าทรงได้รับการสถาปนาจากพระเจ้า เพื่อทรงพิพากษาโลกและจะทรงประทานบำเหน็จชีวิตนิรันดร์

จอมกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งปวงและจอมเจ้านายแห่งเจ้านายทั้งปวง:
1ทิโมธี 6:15 “ซึ่งพระเจ้าผู้เสวยสุขและทรงฤทธิ์สูงสุดแต่พระองค์เดียว พระมหากษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งปวง และพระผู้เป็นเจ้าเหนือเทพเจ้าทั้งปวง จะทรงสำแดงให้ปรากฏในเวลาอันควร”

วิวรณ์ 19:16 “พระองค์ทรงมีพระนามจารึกที่ฉลองพระองค์ และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ว่า ‘จอมกษัตริย์และจอมเจ้านาย’”

พระเยซูทรงมีอำนาจการปกครองเหนืออำนาจทั้งสิ้นในโลก เหนือกษัตริย์และผู้ปกครองทุกคน และไม่มีใครสามารถขัดขวางไม่ให้ทรงบรรลุพระประสงค์ของพระองค์ ทรงนำพวกเขาตามที่พระองค์ทรงพอพระทัย

ความสว่างของโลก:
ยอห์น 8:12 “อีกครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า ‘เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต’”

พระเยซูเสด็จเข้ามาในโลกที่มืดมนเพราะบาป และทรงฉายความสว่างแห่งชีวิตและความจริงผ่านทางพระราชกิจและพระคำของพระองค์ บรรดาผู้ที่วางใจในพระองค์ พระองค์ทรงเปิดตาพวกเขา และให้เดินในความสว่าง

องค์สันติราช:
อิสยาห์ 9:6 “ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา และการปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน และท่านจะเรียกนามของท่านว่า ‘ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช’”

พระเยซูไม่ได้เสด็จมาเพื่อจะนำความสงบสุขมาสู่โลก เช่นจะไม่มีสงคราม ยกเว้นแต่สันติสุขระหว่างพระเจ้าและมนุษย์ที่ถูกแยกออกจากกันเพราะบาป ทรงพลีพระชนม์เพื่อนำคนบาปให้กลับคืนดีกับพระเจ้าองค์บริสุทธิ์

พระบุตรของพระเจ้า:
ลูกา 1:35 “ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ เหตุฉะนั้นบุตรที่จะเกิดมานั้น จะได้เรียกว่าวิสุทธิ์ และเรียกว่าพระบุตรของพระเจ้า”

ยอห์น 1:49 “นาธานาเอลทูลตอบพระองค์ว่า ‘รับบี พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล’” พระเยซูทรงเป็น “ องค์เดียวที่สืบสายจากพระบิดา”

ยอห์น 1:14 “พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์ คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา”

คำว่า “พระบุตรของพระเจ้า”ถูกใช้ 42 ครั้งในพันธสัญญาใหม่ เพื่อยืนยันว่าพระคริสต์ทรงสภาพพระเจ้า

บุตรมนุษย์:
ยอห์น 5:27 “และได้ทรงประทานให้พระบุตรมีสิทธิอำนาจที่จะพิพากษา เพราะพระองค์ทรงเป็นบุตรมนุษย์”

วลีนี้ถูกใช้ตรงข้ามกับ “พระบุตรของพระเจ้า” เพื่อยืนยันสถานภาพมนุษย์ของพระคริสต์ ที่ดำรงอยู่ด้วยกันกับสภาพพระเจ้า

ยอห์น 1:1 “ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่ และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า”

1 ยอห์น 5:7-8 “มีพยานอยู่สามประการด้วยกัน คือพระวิญญาณ น้ำ และพระโลหิต และพยานทั้งสามนี้สอดคล้องกัน”

พระวาทะเป็นพระภาคที่สองของตรีเอกานุภาพ ผู้ได้ทรงตรัสและสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น ผู้ได้ตรัสให้ทุกสิ่งเกิดจากความว่างเปล่าในการทรงสร้างแรกเริ่ม ผู้ทรงดำรงอยู่ในปฐมกาลกับพระเจ้าพระบิดา และเป็นพระเจ้า และโดยพระองค์ทุกสรรพสิ่งก็ถูกสร้างขึ้น

พระวาทะของพระเจ้า:
วิวรณ์ 19:12-13 “พระเนตรของพระองค์ดุจเปลวไฟ และบนพระเศียรของพระองค์มีมงกุฎหลายอัน และพระองค์ทรงมีพระนามจารึกไว้ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้จักเลย นอกจากพระองค์เอง พระองค์ทรงฉลองพระองค์ที่จุ่มเลือด และพระนามที่เรียกพระองค์นั้นคือ 'พระวาทะของพระเจ้า'”

นี่คือพระนามที่ถวายแด่พระคริสต์ ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักแก่ทุกคนยกเว้นพระองค์เอง มันแสดงถึงความลึกลับของพระองค์ในสภาพพระเจ้า

พระวาทะแห่งชีวิต:
1 ยอห์น 1:1 “ซึ่งมีตั้งแต่ปฐมกาล ซึ่งเราได้ยิน ซึ่งเราได้เห็นกับตา ซึ่งเราได้พินิจดู และจับต้องด้วยมือของเรานั้นเกี่ยวกับพระวาทะแห่งชีวิต”

พระเยซูไม่เพียงตรัสพระคำที่นำไปสู่ชีวิตนิรันดร์ แต่ตามพระคำข้อนี้ ทรงเป็นพระวาทะสำคัญแห่งชีวิต หมายถึงชีวิตนิรันดร์แห่งความสุขและความสำเร็จที่ทรงประทานให้

พระภาคของพระองค์ในตรีเอกานุภาพ

อัลฟาและโอเมกา:
วิวรณ์ 1:8 “พระเจ้าผู้ทรงอยู่เดี๋ยวนี้ ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน ผู้จะเสด็จมานั้น และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ได้ตรัสว่า “เราเป็นอัลฟา และโอเมกา”

วิวรณ์ 22:13 “เราคืออัลฟาและโอเมกา เป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย เป็นปฐมและเป็นอวสาน”

พระเยซูทรงประกาศว่าพระองค์เองทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลายของทุกสิ่ง ไม่หมายถึงใคร เว้นแต่พระเจ้าเที่ยงแท้ คำกล่าวเรื่องนิรันดร์กาลสามารถนำมาใช้กับพระเจ้าเท่านั้น

เอ็มมานูเอล:
อิสยาห์ 9:6 “ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา และการปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน และท่านจะเรียกนามของท่านว่า “ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช”

มัทธิว 1:23 “ดูเถิด หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล (แปลว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา)”

ตามตัวอักษรคือ “ พระเจ้าทรงสถิตกับเรา” ทั้งอิสยาห์และมัทธิวยืนยันว่าพระคริสต์ผู้ที่จะทรงบังเกิดในเมืองเบธเลเฮ็ม จะเป็นพระเจ้าเองที่เสด็จมายังโลกในสภาพของชายคนหนึ่งที่ประทับอยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์

เราเป็น:
ยอห์น 8:58 “พระเยซูตรัสกับเขาว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เราดำรงอยู่ก่อนอับราฮัมเกิด’”

อพยพ 3:14 “พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า ‘เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น’ แล้วพระองค์ตรัสว่า ‘ไปบอกชนชาติอิสราเอลว่า 'พระองค์ผู้ทรงพระนามว่าเราเป็น ทรงใช้ข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย' ”

เมื่อพระเยซูทรงยืนยันตำแหน่งของพระองค์เอง ชาวยิวพยายามที่จะเอาหินขว้างพระองค์ หาว่าทรงหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า พวกเขาเข้าใจว่าพระองค์ทรงประกาศตนเป็นพระเจ้านิรันดร์ พระยะโฮวาห์ที่ไม่ทรงมีวันเปลี่ยนแปลงในพันธสัญญาเดิม

พระเจ้าของคนทั้งปวง:
กิจการ 10:36 “เรื่องที่พระองค์ได้ทรงฝากไว้กับพวกอิสราเอล คือทรงประกาศข่าวดีเรื่องสันติสุขโดยพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของคนทั้งปวง”

พระเยซูทรงเป็นผู้ครอบครองสูงสุดเหนือโลกทั้งมวล และทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น ทุกประเทศทั่วโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งของประชากรที่พระเจ้าทรงเลือก ทั้งคนต่างชาติกับชาวยิว ด้วย

พระเจ้าเที่ยงแท้:
1ยอห์น 5:20 “และเราทั้งหลายรู้ว่า พระบุตรของพระเจ้าเสด็จมาแล้ว และได้ทรงประทานสติปัญญาให้เรา เพื่อให้เรารู้จักพระเจ้าแท้ และเราอยู่ในพระเจ้าแท้นั้นโดยอยู่ในพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ นี่แหละเป็นพระเจ้าแท้และเป็นชีวิตนิรันดร์”

นี่คือคำยืนยันโดยตรงว่า พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ไม่เพียงเสด็จมาจากสวรรค์ แต่ทรงเป็นพระเจ้าจากสวรรค์ เพราะพระคัมภีร์สอนว่ามีเพียงพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น นี่ก็สามารถจะอธิบายพระลักษณะของพระองค์ที่เป็นพระภาคหนึ่งของตรีเอกานุภาพ

พระราชกิจของพระองค์ในโลก

ผู้บุกเบิกความเชื่อและผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์:
ฮีบรู12:2 “หมายเอาพระเยซูเป็นผู้บุกเบิกความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์ พระองค์ได้ทรงอดทนต่อกางเขน เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์ ทรงถือว่าความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญและพระองค์ได้ประทับ ณ เบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้า”

ความรอดได้มาโดยทางความเชื่อ นั่นเป็นของประทานจากพระเจ้า

เอเฟซัส 2:8-9 “ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง แต่พระเจ้าทรงประทานให้ ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้ เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้”

พระเยซูทรงเป็นผู้วางรากฐานความเชื่อของเรา และผู้ทรงกระทำให้สำเร็จด้วย จากเบื้องต้นถึงเบื้องปลาย พระองค์ทรงเป็นแหล่งและผู้ทรงค้ำจุนความเชื่อที่ช่วยให้รอด

อาหารแห่งชีวิต:
ยอห์น 6:35 “พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่วางใจในเรา จะไม่กระหายอีกเลย” ยอห์น 6:48 “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต”

เช่นเดียวกับขนมปังค้ำจุนชีวิตฝ่ายกาย พระเยซูทรงเป็นอาหารที่ทรงประทานให้และค้ำจุนชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าได้ทรงประทานมานาในถิ่นทุรกันดารเพื่อทรงเลี้ยงดูประชากรของพระองค์ และทรงจัดเตรียมพระเยซูไว้ เพื่อโดยพระกายของพระองค์ที่ต้องแตกหัก เราจะได้มีชีวิตนิรันดร์

เจ้าบ่าว:
มัทธิว 9:15 “พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “ท่านจะให้สหายของเจ้าบ่าวเป็นทุกข์โศกเศร้า เมื่อเจ้าบ่าวยังอยู่กับเขากระนั้นหรือ แต่วันหนึ่งเจ้าบ่าวจะต้องจากเขาไป เมื่อนั้นจะเป็นเวลาที่เขาจะถืออดอาหาร”

ภาพของพระคริสต์ที่ทรงเป็นเจ้าบ่าว และคริสตจักรเป็นเจ้าสาวของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์พิเศษที่เรามีกับพระองค์ พวกเราต่างผูกพันต่อกันและกัน ในพันธสัญญาแห่งพระคุณที่ไม่สามารถเลิกล้มได้

ผู้ทรงปลดปล่อย:
โรม 11:26 “และเมื่อเป็นดังนั้น พวกอิสราเอลทั้งปวงก็จะได้รับความรอด ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระผู้ช่วยให้รอดจะเสด็จมาจากเมืองศิโยน และจะทรงกำจัดอธรรมให้สูญสิ้นไปจากยาโคบ”

เช่นเดียวกับชาวอิสราเอลที่ต้องหาพระเจ้า เพื่อทรงปลดปล่อยพวกเขาพ้นจากการเป็นทาสของอียิปต์ ดังนั้นพระคริสต์ทรงเป็นผู้ปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสของบาป

ผู้เลี้ยงที่ดี:
ยอห์น 10:11,14 “เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี เรารู้จักแกะของเราและแกะของเราก็รู้จักเรา”

ในสมัยพระคัมภีร์ ผู้เลี้ยงที่ดีก็เต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตของตนเอง เพื่อปกป้องแกะของเขาจากผู้ที่ตามล่า
พระเยซูทรงพลีพระชนม์เพื่อฝูงแกะของพระองค์ และพระองค์ทรงห่วงใยและบำรุงเลี้ยงเรา

มหาปุโรหิต:
ฮีบรู 2:17 “เหตุฉะนั้นพระองค์จึงทรงต้องเป็นเหมือนกับพี่น้องทุกอย่าง เพื่อว่าพระองค์จะได้ทรงเป็นมหาปุโรหิต ผู้กอปรด้วยความเมตตาและความสัตย์ซื่อ ในการกระทำกิจกับพระเจ้า เพื่อลบล้างบาปของประชาชน”

มหาปุโรหิตชาวยิวได้เข้าไปในพระวิหารปีละครั้ง เพื่อถวายเครื่องบูชาลบมลทินบาปของประชาชน พระเยซูก็ได้ทรงถวายบูชาพระองค์เองเพื่อคนของพระองค์ ครั้งเดียวเท่านั้นพอที่บนกางเขน

พระเมษโปดกของพระเจ้า:
ยอห์น 1:29 “วันรุ่งขึ้นยอห์นเห็นพระเยซูกำลังเสด็จมาทางท่าน ท่านจึงกล่าวว่า “จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย”

พระบัญญัติของพระเจ้ากำหนดให้ถวายบูชาลูกแกะที่ไม่มีมลทิน ไม่มีด่างพร้อยเป็นการถวายบูชาเพื่อลบมลทินบาป พระเยซูทรงกลายเป็นพระเมษโปดกที่ยอมให้ถูกนำไปฆ่าโดยดี แสดงความอดทนของพระองค์ในเวลาทรงทนทุกข์ และความเต็มพระทัยที่พระองค์ยอมพลีพระชนม์เพื่อคนของพระองค์เอง

คนกลาง:
1ทิโมธี 2:5 “ด้วยเหตุว่ามีพระเจ้าองค์เดียว และมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์”

คนกลางก็เป็นผู้หนึ่งที่ไปมาระหว่างสองฝ่ายเพื่อนำพวกเขากลับมาคืนดีกัน พระคริสต์ทรงเป็นผู้เดียวที่ทรงไกล่เกลี่ยและประสานการคืนดีกันหว่างมนุษย์และพระเจ้า การอธิษฐานต่อนางมารีย์หรือผู้นักบุญทั้งหลายถือเป็นการไหว้รูปเคารพ เพราะเบี่ยงเบนบทบาทที่สำคัญที่สุดของพระคริสต์ และถือว่ามีบทบาทเป็นคนกลางต่ออีกคนหนึ่ง

พระศิลา:
1โครินธ์ 10:4 “และได้ดื่มน้ำทิพย์ทุกคน เพราะว่าเขาได้ดื่มน้ำซึ่งไหลออกมาจากพระศิลาที่ติดตามเขามา พระศิลานั้นคือพระคริสต์”

เมื่อน้ำแห่งชีวิตไหลออกมาจากโขดหินที่โมเสสได้ตีในถิ่นทุรกันดาร พระเยซูทรงเป็นพระศิลาที่ซึ่งน้ำแห่งชีวิตนิรันดร์หลั่งไหลออกมา ทรงเป็นพระศิลา ที่เราสร้างบ้านฝ่ายจิตวิญญาณของเราไว้บนนั้น เพื่อที่ว่าลมพายุไม่สามารถพัดพาให้มันพังได้

การฟื้นคืนพระชนม์และชีวิต:
ยอห์น 11:25 “พระเยซูตรัสกับเธอว่า “เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก”

การวางใจในพระเยซูเป็นทางที่ฟื้นคนบาปให้มีชีวิตนิรันดร์ เหมือนอย่างที่พระองค์ทรงฟื้นขึ้นจากอุโมงค์พระศพ ความบาปของเราถูกฝังไว้แล้วกับพระองค์ และเราจะเป็นขึ้นมาเพื่อจะเดินในชีวิตใหม่

พระผู้ช่วยให้รอด:
มัทธิว 1:21 “เธอจะประสูติบุตรชาย แล้วเจ้าจงเรียกนามท่านว่า เยซู เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา”

ลูกา 2:11 “เพราะว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลาย คือพระคริสต์เจ้า มาบังเกิดที่เมืองดาวิด”

พระองค์ทรงช่วยคนของพระองค์ให้รอดโดยทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปพวกเขา โดยทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เขามีชีวิตใหม่โดยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ โดยทรงช่วยให้พวกเขาสามารถเอาชนะศัตรูฝ่ายจิตวิญญาณ โดยค้ำจุนพวกเขาพ้นจากการทดลองและในความตาย และด้วยการยกพวกเขาให้เป็นขึ้นมาในวันสุดท้าย

เถาองุ่นแท้:
ยอห์น 15:1 “เราเป็นเถาองุ่นแท้ และพระบิดาของเราทรงเป็นผู้ดูแลรักษา”

เถาองุ่นแท้เกิดแตกกิ่งก้านสาขาทั้งหมด(ผู้เชื่อ) จำเป็นต้องเกิดผลของพระวิญญาณ---น้ำแห่งชีวิตของคามรอดและการบำรุงเลี้ยงจากพระวจนะ

ทางนั้น ความจริง ชีวิต:
ยอห์น 14:6 “พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา”

พระเยซูทรงเป็นทางเดียวที่ไปถึงพระเจ้า ความจริงเดียวเท่านั้นในโลกแห่งการมุสา และเป็นแหล่งเดียวที่แท้จริงของชีวิตนิรันดร์ ทั้งสามพระภาคร่วมอยู่ในพระเจ้าทั้งในแง่โลกปัจจุบันและชั่วนิรันดร์



กลับสู่หน้าภาษาไทย



อะไรคือพระนามและตำแหน่งต่างๆ ของพระเยซูคริสต์?