คนสามารถรอดได้โดยผ่านการเปิดเผยทั่วไปหรือ?




คำถาม: คนสามารถรอดได้โดยผ่านการเปิดเผยทั่วไปหรือ?

คำตอบ:
การเปิดเผยทั่วไปสามารถให้คำจำกัดความได้ว่า "การเปิดเผยของพระเจ้าแก่ทุกคน ตลอดเวลาและทุกสถานที่ ที่แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ และทรงพระปรีชาสามารถ มีฤทธานุภาพและเหนือกว่า"

เพลงสดุดี 19:1–4 “ถึงหัวหน้านักร้อง เพลงสดุดีของดาวิด ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดง พระหัตถกิจของพระองค์ วันส่งถ้อยคำให้แก่วัน และคืนแจ้งความรู้ให้แก่คืน วาจาไม่มี ถ้อยคำก็ไม่มี และไม่มีใครได้ยินเสียงฟ้า ถึงกระนั้นเสียงฟ้าก็ออกไปทั่วแผ่นดินโลก และถ้อยคำก็แพร่ไปถึงสุดปลายพิภพ พระองค์ทรงตั้งเต็นท์ไว้ให้ดวงอาทิตย์ ณ ที่นั้น”

โรม 1:20 “ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมาแล้ว สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้น คือฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ ก็ได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง ฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย”

ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ระบุชัดเจนว่าสิ่งต่างๆแน่นอนเกี่ยวกับพระเจ้าสามารถเข้าใจได้จากสรรพสิ่งที่ทรงสร้างรอบตัวเรา สรรพสิ่งที่ทรงสร้างเผยให้เห็นฤทธิ์อำนาจและพระบารมีของพระเจ้า แต่มันก็ไม่ได้เปิดเผยแผนการณ์แห่งความรอดโดยทางพระคริสต์ มีทางรอดเพียงทางเดียวในพระนามของพระเยซู ดังนั้น คนจึงไม่สามารถรอดได้เพียงเพราะการเปิดเผยทั่วไป

กิจการ 4:12 “ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้ ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า” โดยปกติแล้วคำถามที่ว่า "คนสามารถรอดได้โดยการเปิดเผยทั่วไปหรือ” เป็นคำถามที่สัมพันธ์กับคำถามอื่น" เกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่ไม่เคยได้ยินพระกิตติคุณ"

น่าเศร้าใจ ที่ยังคงมีหลายแห่งในโลกนี้ที่ไม่สามารถเข้าถึงพระคัมภีร์ พระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ หรือทางใดๆที่จะเรียนรู้หลักความจริงคริสเตียน แล้วจึงเกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านี้เมื่อพวกเขาตาย มันยุติธรรมหรือไม่ที่พระเจ้าจะทรงปรับโทษคนที่ไม่เคยได้ยินพระกิตติคุณ หรือเรื่องพระเยซูคริสต์ บางคนเสนอความคิดว่า พระเจ้าทรงพิพากษาผู้ที่ไม่เคยได้ยิน บนพื้นฐานที่พวกเขาตอบ สนองต่อการเปิดเผยทั่วไป ข้อสันนิษฐานคือว่า ถ้าคนนั้นเชื่อจริงๆ ในสิ่งที่สามารถรู้ได้เกี่ยวกับพระเจ้าโดยการเปิดเผยทั่วไป พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนนั้นบนพื้นฐานของความเชื่อ และอนุญาตให้บุคคลนั้นเข้าสู่สวรรค์

ปัญหาคือว่า พระคัมภีร์บอกว่า ถ้าคนนั้นไม่อยู่ในพระคริสต์ เขาหรือเธอ " ย่อมถูกปรบโทษอยู่แล้ว"

ยอห์น 3:18 “ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ ส่วนผู้ที่มิได้วางใจก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้วางใจในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า”

โรม 3: 10-12 อ้างเพลงสดุดี 14: 3 ประกาศว่าธรรมชาติที่ไม่ได้บังเกิดใหม่จะเป็นบาปทั่วไป:

โรม3:10-12 “ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย ไม่มีคนที่เข้าใจ ไม่มีคนที่แสวงหาพระเจ้า เขาทุกคนหลงผิดไปหมด เขาทั้งปวงเลวทรามเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่กระทำดี ไม่มีเลย”

ตามหลักพระคัมภีร์ ความรู้เรื่องพระเจ้าที่มีอยู่พร้อมทั่วไป (โดยการเปิดเผยทั่วไป) แต่มนุษย์พลิกกลับไปหาความชื่นชอบของตัวเอง

โรม 1:21–23 “เพราะถึงแม้ว่าเขาทั้งหลายได้รู้จักพระเจ้าแล้ว เขาก็มิได้ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ให้สมกับที่ทรงเป็นพระเจ้า หรือหาได้ขอบพระคุณไม่ แต่เขากลับคิดในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ และจิตใจโง่เขลาของเขาก็มืดมัวไป เขาอ้างตัวว่าเป็นคนมีปัญญา เขาจึงกลายเป็นคนโง่เขลาไป และเขาได้เอาพระสิริของพระเจ้าผู้เป็นอมตะมาแลกกับรูปมนุษย์ที่ต้องตายหรือรูปนก รูปสัตว์จตุบาท และรูปสัตว์เลื้อยคลาน”

สถานภาพของผู้ที่ไม่มีพระเจ้า ถือเป็นการกบฏอย่างหนึ่ง, ความมืดและรูปเคารพ

คนเรากบฏขัดขืนถึงแม้มีการเปิดเผยทั่วไป คนบาปจงใจปฏิเสธสิ่งต่างๆ อันพาให้รู้จักพระเจ้าผ่านธรรมชาติ และแสวงหาวิถีทางเพื่อหลบหลีกความจริง

ยอห์น 3:19 “หลักการพิพากษามีอย่างนี้ คือความสว่างได้เข้ามาในโลกแล้ว แต่มนุษย์ได้รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง เพราะกิจการของเขาเลวทราม”

เพราะตามปกติคนเราไม่ได้แสวงหาพระเจ้า พระเจ้าต้องทรงแสวงหาเขา---และนั่นคือสิ่งที่พระองค์ทรงทำ ในสภาพบุคคลของพระเยซูคริสต์

ลูกา 19:10 “เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้มาเพื่อจะเที่ยวหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด”

ตัวอย่างที่ดีเรื่องเราจำเป็นต้องรู้จักข่าวประเสริฐ พบได้ในพระธรรมกิจการบทที่ 10 โครเนลีอัสรู้จักพระเจ้า

กิจการ 10:2 “ทั้งท่านและครอบครัวเป็นคนยำเกรงพระเจ้า ท่านเคยให้ทานมากมายแก่ประชาชน และอธิษฐานพระเจ้าเสมอ”

พระเจ้าได้ทรงให้โครเนลิอัสรอด เนื่องจากท่านอุทิศถวายเพื่อพระเจ้าบนพื้นฐานของความรู้ที่จำกัดที่ท่านมีหรือไม่ ไม่เลย โครเนลิอัสต้องการฟังเรื่องเกี่ยวกับพระเยซู พระเจ้าทรงรับสั่งให้โครเนลิอัสติดต่ออัครสาวกเปโตร และเชิญท่านมาที่บ้านโครเนลิอัส โครเนลิอัสได้เชื่อฟัง และเปโตรก็มาหาและบอกข่าวประเสริฐแก่โครเนลิอัสและครอบ ครัวของเขา โครเนลิอัสและครอบครัวของเขาเชื่อในพระเยซูและได้รับความรอดหมดทุกคน

กิจการ 10:44–48 “เมื่อเปโตรยังกล่าวคำเหล่านั้นอยู่ พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็เสด็จลง มาสถิตกับคนทั้งปวงที่ฟังพระวจนะนั้น ฝ่ายพวกที่ได้เข้าสุหนัตซึ่งเชื่อถือในพระเยซูเจ้า คือที่มาด้วยกันกับเปโตรก็ประหลาดใจ เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้ลงมาบนคนต่างชาติด้วย เพราะเขาได้ยินคนเหล่านั้นพูดภาษาต่างๆ และยกย่องสรรเสริญพระเจ้า เปโตรจึงย้อนถามว่า “ใครอาจจะห้ามคนเหล่านี้ที่ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์เหมือนเรา โดยมิให้เขารับบัพติศมาด้วยน้ำได้” เปโตรจึงสั่งให้เขารับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูคริสต์ และเขาทั้งหลายได้ขอให้เปโตรยับยั้งอยู่กับเขาอีกสองสามวัน"

ไม่มีใคร แม้แต่คน "ดี" เช่นโครเนลิอัส ที่รอดได้โดยเพียงแค่เชื่อว่าพระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ หรือโดยการถวายพระเกียรติพระเจ้าในแบบที่แน่นอน ทางเดียวที่จะพาให้รอดได้คือพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์

ยอห์น 14:6 “พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา”

กิจการ 4:12 “ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้ ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า”

การเปิดเผยทั่วไปสามารถมองเห็นได้ โดยการทรงเรียกทั่วไปให้คนมายอมรับว่า พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่ แต่การเปิดเผยทั่วไปเพียงเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะนำคนไปสู่ความรอดในพระคริสต์ นั่นคือเหตุผล ว่ามันจึงสำคัญสำหรับเราที่จะประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลก

มัทธิว 28:19–20 “พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”

กิจการ 1:8 “แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”

โรม 10:14 “แต่ผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระองค์ จะทูลขอต่อพระองค์อย่างไรได้ และผู้ที่ยังไม่ได้ยินถึงพระองค์ จะเชื่อในพระองค์อย่างไรได้ และเมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินถึงพระองค์อย่างไรได้”

ความเชื่อในข่าวประเสริฐแห่งความรอดโดยพระเยซูคริสต์ เป็นเพียงทางเดียวที่จะรอดได้

ยอห์น 3:16 “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”



กลับสู่หน้าภาษาไทย



คนสามารถรอดได้โดยผ่านการเปิดเผยทั่วไปหรือ?