อะไรคือจุดประสงค์ของประทานหมายสำคัญตามพระคัมภีร์ ?




คำถาม: อะไรคือจุดประสงค์ของประทานหมายสำคัญตามพระคัมภีร์ ?

คำตอบ:
เมื่อเราพูดถึงของของประทานหมายสำคัญตามพระคัมภีร์ เรากล่าวถึงการอัศจรรย์ เช่นการพูดภาษาแปลกๆ นิมิต การรักษา การเป็นขึ้นจากตายและการพยากรณ์ ไม่มีคำถามในหมู่ผู้เชื่อ ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ เพราะพระคัมภีร์ได้อธิบายสิ่งเหล่านี้ชัดเจนแล้ว ขณะที่การไม่เห็นด้วยเกิดขึ้นในหมู่ผู้เชื่อคือจุดประสงค์ของพวกเขา เช่นเดียวกับคำถามที่ว่าเราจะประสบเหตุการณ์เหล่านั้นในทุกวันนี้หรือไม่ บางคนกล่าวว่าของประทานเหล่านี้เป็นหมายสำคัญแห่งความรอดของคน ขณะที่คนอื่นๆ บอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องหมายการรับบัพติสมาโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และคนอื่นยังบอกว่าจุดประสงค์ของสิ่งเหล่านี้คือเพื่อรับรองว่าข่าวสารของพระกิตติคุณเที่ยงตรง เราสามารถทราบความจริงได้อย่างไร เราต้องค้นหาข้อพระคัมภีร์เพื่อหาพระประสงค์ของพระเจ้าเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้

การอ้างอิงสมัยก่อนเรื่องหนึ่งคือของประทานหมายสำคัญในพระคัมภีร์ พบได้ในพระธรรมอพยพบทที่ 4 เมื่อพระเจ้าตรัสสั่งโมเสสเกี่ยวกับการปลดปล่อยจากอียิปต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า โมเสสเป็นห่วงว่าประชาชนจะไม่เชื่อว่าพระเจ้าทรงส่งท่านมา ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงประทานหมายสำคัญ โดยการแปลงไม้เท้าให้กลายเป็นงู และมือของท่านกลายเป็นโรคเรื้อน พระเจ้าตรัสว่าหมายสำคัญเหล่านี้ " เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเจ้าของบรรพบุรุษ ของเขา พระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบทรงปรากฏแก่เจ้าแล้ว" (อพยพ 4: 5) ถ้าประชาชนยังคงไม่เชื่อ พระเจ้าตรัสสั่งโมเสสให้ตักน้ำจากแม่น้ำไนล์ และเทลงบนพื้นดินแห้ง แล้วมันจะกลายเป็นเลือด

อพยพ 4:9 “ถ้าเขาไม่เชื่อหมายสำคัญทั้งสองครั้งนี้ ทั้งไม่ฟังเสียงของเจ้า จงตักน้ำในแม่น้ำไนล์มานิดหน่อยและเทลงที่ดินแห้ง แล้วน้ำที่เจ้าตักมาจากแม่น้ำนั้นจะกลายเป็นเลือดบนดินแห้งนั้น”

พระประสงค์สำหรับลูกหลานของอิสราเอลคือว่า พวกเขาจะเชื่อในผู้ส่งสารของพระเจ้า

พระเจ้าก็ทรงให้โมเสสมีหมายสำคัญการอัศจรรย์ที่จะแสดงต่อฟาโรห์ เพื่อที่ว่าพระองค์จะทรงยอมปล่อยชนชาติอิสราเอลไปเสีย

อพยพ 7:3-5 “เราจะทำให้ใจของฟาโรห์แข็งกระด้างไป แม้เราจะกระทำหมายสำคัญและอัศจรรย์ให้ทวีมากขึ้นในประเทศอียิปต์ ฟาโรห์จะไม่เชื่อฟังเจ้า แล้วเราจะยกมือของเราขึ้นปราบประเทศอียิปต์ และจะพาพลโยธาของเราคือชนชาติอิสราเอล ให้พ้นจากแผ่นดินอียิปต์ด้วยกิจการใหญ่โตอันทรงฤทธิ์ ชาวอียิปต์จะรู้ว่าเราคือพระเจ้า ต่อเมื่อเราได้ยกมือขึ้นปราบอียิปต์ และพาชนชาติอิสราเอลออกจากพวกเขา” พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า พระองค์จะทรงเพิ่มพูนหมายสำคัญและการอัศจรรย์ของพระ องค์ในอียิปต์ ดังนั้น "ชาวอียิปต์จะรู้ว่าเราคือพระเจ้า ต่อเมื่อเราได้ยกมือขึ้นปราบอียิปต์ และพาชนชาติอิสราเอลออกจากพวกเขา"

พระเจ้าทรงต้องการให้คนอียิปต์รู้ว่า พระองค์ทรงเป็นผู้นั้นที่ทรงทำการปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล

อพยพ 10:7 “บรรดาข้าราชการทูลฟาโรห์ว่า “คนนี้จะเป็นบ่วงแร้วดักเราไปนานสักเท่า ใด ขอทรงพระกรุณาปลดปล่อยคนเหล่านั้นให้ไป นมัสการพระเจ้าของเขาเถิด พระองค์ยังไม่ทราบหรือว่า อียิปต์กำลังพินาศแล้ว”

โมเสสทูลฟาโรห์ว่าโรคระบาดสุดท้ายจะมาถึง ซึ่งจะฆ่าบุตรหัวปี เพื่อแสดงว่าพระเจ้าทรงแยกแยะระหว่างชนชาติอียิปต์และชนชาติอิสราเอล หมายสำคัญและการอัศจรรย์ ยืนยันข่าวสารของพระเจ้าที่มีต่อฟาโรห์และชาวอียิปต์ ดังนั้นพวกเขาจะรู้ว่าโมเสสได้ถูกส่งมาโดยพระเจ้า

เมื่อเอลียาห์ได้เผชิญหน้ากับผู้พยากรณ์เท็จบนภูเขาคาร์เมล (1 พงศ์กษัตริย์บทที่ 18) ท่านได้อธิษฐานทูลขอให้พระเจ้าทรงสำแดงการอัศจรรย์ ส่งไฟลงมาจากสวรรค์เพื่อให้ผู้คนได้ประจักษ์

1 พงศ์กษัตริย์ 18:36-37 “และอยู่มาเมื่อถึงเวลาถวายบูชา เอลียาห์ผู้เผยพระวจนะก็เข้ามาใกล้ทูลว่า ‘ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอับราฮัม อิสอัคและอิสราเอล ขอให้ทราบเสียทั่วกันในวันนี้ว่า พระองค์คือพระเจ้าในอิสราเอล และข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ และข้าพระองค์ได้กระทำบรรดาสิ่งเหล่านี้ ตามพระดำรัสของพระองค์ ข้าขอแต่พระเจ้า ขอทรงฟังข้าพระองค์ ทรงฟังข้าพระองค์ เพื่อชนชาตินี้จะทราบว่าพระองค์คือพระเยโฮวาห์ ทรงเป็นพระเจ้า และพระองค์ทรงหันจิตใจของเขาทั้งหลายกลับมาอีก”

การอัศจรรย์ที่ท่านและผู้พยากรณ์อื่น ๆ ได้กระทำนั้น เป็นการยืนยันว่าพระเจ้าได้ทรงส่งผู้เผยพระวจนะมา และว่าพระเจ้าทรงทรงทำงานท่ามกลางชนชาติอิสราเอล

โยเอลได้รับข่าวสารการพิพากษาของพระเจ้าที่ลงโทษอิสราเอล และภายในข่าวสารนั้นเป็นคำพยากรณ์เรื่องพระเมตตาและความหวัง เมื่อคำพิพากษามาถึงตามที่พยากรณ์ไว้ และผู้คนตอบสนองด้วยการกลับใจใหม่ พระเจ้าตรัสว่า พระองค์จะทรงยกการพิพากษาออกและรื้อฟื้นพระพรของพระองค์ขึ้นใหม่

โยเอล 2:27 “เจ้าจะรู้ว่าเราอยู่ท่ามกลางอิสราเอล และเรานี่แหละคือพระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าของเจ้า ไม่มีอื่นใดอีก ประชากรของเราจะไม่ต้องขายหน้าอีก”

ทันทีหลังจากคำประกาศนั้น พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับการเทพระวิญญาณของพระองค์แก่ประชากร ดังนั้นพวกเขาจะพยากรณ์ได้ เห็นนิมิตได้ และเห็นการอัศจรรย์เกิดขึ้น เมื่อถึงวันเพนเทคอสต์ เหล่าสาวกเริ่มต้นพูดภาษาแปลกๆ

กิจการ 2:1-21 “เมื่อวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์มาถึง จำพวกศิษย์จึงรวมอยู่ในที่แห่งเดียวกัน ในทันใดนั้นมีเสียงมาจากฟ้าเหมือนเสียงพายุกล้าสั่นก้องทั่วตึกที่เขานั่งอยู่นั้น มีเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้นปรากฏแก่เขากระจายอยู่บนเขาสิ้นทุกคน เขาเหล่านั้นก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงตั้งต้นพูดภาษาอื่นๆตามที่พระวิญ ญาณทรงโปรดให้พูด มีพวกยิวจากทุกประเทศทั่วใต้ฟ้าซึ่งเป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้า มาอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อมีเสียงอย่างนั้นเขาจึงพากันมา และฉงนสนเท่ห์เพราะต่างคนต่างได้ยินเขาพูดภาษาของตัว คนทั้งปวงจึงประหลาดและอัศจรรย์ใจพูดว่า “ดูแน่ะ คนทั้งหลายที่พูดกันนั้นเป็นชาวกาลิลีทุกคนไม่ใช่หรือ เหตุไฉนเราทุกคนได้ยินเขาพูดภาษาของบ้านเกิดเมืองนอนของเรา เช่นชาวปารเธียและมีเดีย ชาวเอลามและคนที่อยู่ในเขตแดนเมโสโปเตเมีย และแคว้นยูเดียและแคว้นคัปปาโดเซีย ในแคว้นปอนทัสและเอเชีย ในแคว้นฟรีเจีย แคว้นปัมฟีเลียและประเทศอียิปต์ในแขวงเมืองลิเบียซึ่งขึ้นกับนครไซรีน และคนมาจากกรุงโรม ทั้งพวกยิวกับคนเข้าจารีตยิว ชาวเกาะครีตและชาวอาระเบีย เราทั้งหลายต่างก็ได้ยินคนเหล่านี้กล่าวถึงมหกิจของพระเจ้า ตามภาษาของเราเอง’ เขาทั้งหลายจึงอัศจรรย์ใจ และฉงนสนเท่ห์พูดกันว่า ‘นี่อะไรกัน’ แต่บางคนเยาะเย้ยว่า “คนเหล่านั้นเมาเหล้าองุ่นใหม่’ ฝ่ายเปโตรได้ยืนขึ้นกับอัครทูตสิบเอ็ดคน และได้กล่าวแก่คนทั้งปวงด้วยเสียงอันดังว่า “ท่านชาวยูเดียและบรรดาคนที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม จงทราบเรื่องนี้และฟังถ้อยคำของข้าพเจ้าเถิด ด้วยว่าคนเหล่านี้มิได้เมาเหล้าองุ่นเหมือนอย่างที่ท่านคิดนั้น เพราะว่าเป็นเวลาสามโมงเช้า แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามคำซึ่งโยเอลผู้เผยพระวจนะได้กล่าวไว้ว่า 'พระเจ้าตรัสว่าในวาระสุดท้าย เราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเราโปรดประทานแก่มนุษย์ทั้งปวง บุตราบุตรีของท่านทั้งหลายจะกล่าวคำพยากรณ์ คนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต และคนแก่จะฝันเห็น ในคราวนั้น เราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเราบนทาสทาสีของเรา และคนเหล่านั้นจะกล่าวคำพยากรณ์ เราจะสำแดงการอัศจรรย์ในอากาศเบื้องบน และนิมิตที่แผ่นดินเบื้องล่าง เป็นเลือด ไฟ และไอควัน ดวงอาทิตย์จะมืดไป และดวงจันทร์จะกลับเป็นเลือด ก่อนถึงวันใหญ่นั้น คือวันใหญ่ยิ่งของพระเจ้า และจะเป็นเช่นนี้คือ ทุกคนซึ่งได้ออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะรอด'”

เปโตรประกาศว่า "นี่คือสิ่งที่ศาสดาพยากรณ์โยเอลได้บอกกล่าวแล้ว" อะไรคือจุด ประสงค์ คือว่าประชาชนจะได้รู้ว่าข้อพระธรรมที่กล่าวโดยเปโตรและคนอื่น ๆ เป็นข่าวสารของพระเจ้า

พันธกิจพระเยซูนั้นทรงกระทำพร้อมกับหมายสำคัญและการอัศจรรย์มายมายหลายอย่าง อะไรคือพระประสงค์ที่ทรงสำแดงการอัศจรรย์

ยอห์น 10:37-38 “ถ้าเราไม่ปฏิบัติพระราชกิจของพระบิดาของเรา ก็อย่าวางใจในเราเลย แต่ถ้าเราปฏิบัติพระราชกิจนั้น แม้ว่าท่านมิได้วางใจในเรา ก็จงวางใจเพราะพระราชกิจนั้นเถิด เพื่อท่านจะได้รู้และเข้าใจว่าพระบิดาทรงอยู่ในเรา และเราอยู่ในพระบิดา”

พระเยซูทรงตอบชาวยิวที่อยากจะเอาหินขว้างพระองค์ หาว่าทรงหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า เช่นเดียวกับในพันธสัญญาเดิม จุดประสงค์ของการอัศจรรย์ของพระเยซู คือการยืนยันพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่เหนือผู้ส่งสารของพระองค์

เมื่อพวกฟาริสีทูลขอพระเยซูให้ทรงสำแดงการอัศจรรย์แก่พวกเขา พระเยซูตรัสว่า

มัทธิว 12:39-41 “พระองค์จึงตรัสตอบเขาว่า “คนชาติชั่วและคิดทรยศต่อพระเจ้าแสวงหาหมายสำคัญ และจะไม่ทรงโปรดให้หมายสำคัญแก่เขา เว้นไว้แต่หมายสำคัญของโยนาห์ผู้เผยพระวจนะ ด้วยว่า โยนาห์ได้อยู่ในท้องปลามหึมาสามวันสามคืน ฉันใดบุตรมนุษย์จะอยู่ในท้องแผ่นดินสามวันสามคืนฉันนั้น ชนชาวนีนะเวห์จะลุกขึ้นในวันพิพากษาพร้อมกับคนยุคนี้ และจะเป็นตัวอย่างให้คนยุคนี้ได้รับโทษ ด้วยว่าชาวนีนะเวห์ได้กลับใจเสียใหม่ เพราะคำประกาศของโยนาห์ และซึ่งใหญ่กว่าโยนาห์มีอยู่ที่นี่”

พระเยซูตรัสชัดเจนว่าจุดประสงค์ของหมายสำคัญ คือเพื่อประชาชนจะได้รับทราบข่าวสารของพระเจ้าและตอบสนองตามนั้น

ยอห์น 4:48 “พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “ถ้าพวกท่านไม่เห็นหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ท่านก็จะไม่เชื่อ”

หมายสำคัญเป็นความช่วยเหลือแก่บรรดาผู้ที่พยายามจะเชื่อ แต่ข่าวประเสริฐแห่งความรอดในพระคริสต์เป็นหัวใจสำคัญข่าวประเสริฐแห่งความรอดนี้เปาโลได้เขียนโครงร่างไว้

1โครินธ์ 1:21-23 “เพราะตามที่ทรงกำหนดไว้ตามพระสติปัญญาของพระเจ้า โลกไม่รู้จักพระเจ้าได้โดยปัญญาของตน พระเจ้าจึงทรงโปรดช่วยคนที่เชื่อให้รอดโดยคำเทศนาเรื่องโง่ๆ พวกยิวขอเห็นหมายสำคัญ และพวกกรีกเสาะหาปัญญา แต่พวกเราประกาศเรื่องพระคริสต์ผู้ทรงถูกตรึงที่กางเขนนั้น อันเป็นสิ่งที่ให้พวกยิวสะดุด และให้พวกต่างชาติถือว่าเป็นเรื่องโง่”

หมายสำคัญนั้นก็มีเป้าหมาย แต่มันเป็นทางไปสู่ปลายทางสุดท้าย--ความรอดแห่งจิตวิญญาณผ่านทางการประกาศพระกิตติคุณ

1โครินธ์ 14:23 “เหตุฉะนั้นถ้าคริสตจักรมีการประชุมแล้ว คนทั้งปวงต่างก็พูดภาษาแปลกๆ และมีคนที่รู้ไม่ถึง หรือคนที่ไม่เชื่อเข้ามา เขาจะมิเห็นไปว่าท่านทั้งหลายคลั่งไปแล้วหรือ”

เปาโลกล่าวอย่างชัดเจนว่า "การพูดภาษาแปลกๆ เป็นหมายสำคัญไม่ใช่แก่บรรดาผู้เชื่อเท่านั้น แต่สำหรับบรรดาผู้ไม่เชื่อด้วย" พระเจ้าทรงใช้หมายสำคัญการอัศจรรย์หลายอย่าง เช่นการพูดภาษาแปลกๆ ที่จะโน้มน้าวให้ผู้ไม่เชื่อประจักษ์ว่า ข่าวประเสริฐของพระคริสต์เป็นความจริง แต่ส่วนที่เหลือของบริบทแสดงว่า สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการประกาศที่ชัดเจนของข่าวประเสริฐแห่งพระกิตติคุณ

สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามในการอภิปรายเกี่ยวกับหมายสำคัญและการอัศจรรย์ คือ กำหนดเวลาที่เหมาะสมและการวางสิ่งเหล่านั้นในพระคัมภีร์ ตรงข้ามกับความเชื่ออันเป็นที่นิยม ผู้คนในสมัยพระคัมภีร์ไม่ได้เห็นปาฏิหาริย์ตลอดเวลา แท้จริง การอัศจรรย์ในพระคัมภีร์ปกติจะถูกจัดเป็นกลุ่ม ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษที่พระเจ้าทรงเกี่ยวข้องกับมนุษย์ การปลดปล่อยชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์และเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา เกิดขึ้นพร้อมกับการอัศจรรย์มากมาย แต่การอัศจรรย์ค่อยๆ หายไปหลังจากนั้นไม่นาน ในช่วงปลายราชอาณาจักร เมื่อพระเจ้าทรงจัดการให้ประชากรต้องตกเป็นเชลย พระองค์ทรงอนุญาตให้ผู้พยากรณ์ของพระองค์บางคนกระทำการอัศจรรย์ เมื่อพระเยซูเสด็จมาประทับท่ามกลางพวกเรา ได้ทรงกระทำการอัศจรรย์และในพันธกิจตอนต้นของอัครสาวก พวกเขาได้ทำการอัศจรรย์ แต่นอกจากเวลาเหล่านั้น เราเห็นการอัศจรรย์หรือหมายสำคัญในพระคัมภีร์ไม่กี่อย่าง ส่วนใหญ่ของผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในสมัยพระคัมภีร์ ไม่เคยเห็นหมายสำคัญและสิ่งอัศจรรย์ด้วยตาของตนเอง พวกเขาจะต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยแก่พวกเขาแล้ว

ในคริสตจักรยุคแรก หมายสำคัญและการอัศจรรย์เริ่มแรกมุ่งไปที่การประกาศพระกิตติคุณแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ มากมาย ในวันเพนเทคอสต์

กิจการ 2:5 “มีพวกยิวจากทุกประเทศทั่วใต้ฟ้าซึ่งเป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้า มาอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม”

ชาวยิวเหล่านี้ ผู้ที่ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตในดินแดนอื่น และได้พูดภาษาต่างประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่ได้เกิดการพูดภาษาแปลกๆ

กิจการ 2:6-11 “เมื่อมีเสียงอย่างนั้นเขาจึงพากันมา และฉงนสนเท่ห์เพราะต่างคนต่างได้ยินเขาพูดภาษาของตัว คนทั้งปวงจึงประหลาดและอัศจรรย์ใจพูดว่า “ดูแน่ะ คนทั้งหลายที่พูดกันนั้นเป็นชาวกาลิลีทุกคนไม่ใช่หรือ เหตุไฉนเราทุกคนได้ยินเขาพูดภาษาของบ้านเกิดเมืองนอนของเรา เช่นชาวปารเธียและมีเดีย ชาวเอลามและคนที่อยู่ในเขตแดนเมโสโปเตเมีย และแคว้นยูเดียและแคว้นคัปปาโดเซีย ในแคว้นปอนทัสและเอเชีย ในแคว้นฟรีเจีย แคว้นปัมฟีเลียและประเทศอียิปต์ในแขวงเมืองลิเบียซึ่งขึ้นกับนครไซรีน และคนมาจากกรุงโรม ทั้งพวกยิวกับคนเข้าจารีตยิว ชาวเกาะครีตและชาวอาระเบีย เราทั้งหลายต่างก็ได้ยินคนเหล่านี้กล่าวถึงมหกิจของพระเจ้า ตามภาษาของเราเอง”

พวกเขาได้ยอมรับเมื่อกำลังฟังเป็นภาษาท้องถิ่นของเขา เรื่องพระราชกิจอันอัศจรรย์ของพระเจ้า และเปโตรได้บอกพวกเขาว่าทางเดียวที่ตอบสนองอย่างเหมาะสม คือให้พวกเขากลับใจใหม่หันจากบาป

กิจการ 2:38 “ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า “จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์”

เมื่อพระกิตติคุณถูกประกาศออกไปครั้งแรกท่ามกลางชาวสะมาเรีย ฟิลิปได้กระทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์

กิจการ 8:13 “ฝ่ายซีโมนเองก็เชื่อด้วย เมื่อรับบัพติศมาแล้วก็อยู่กับฟีลิปต่อไป และประหลาดใจที่เห็นนิมิตกับการอัศจรรย์ซึ่งฟีลิปได้กระทำ”

อีกครั้งเมื่อเปโตรถูกส่งไปพบโครเนลอัส ชาวต่างชาติ พระเจ้าทรงประทานหมายสำคัญอัศจรรย์เพื่อยืนยันพระราชกิจของพระองค์

กิจการ10:45-46 “ฝ่ายพวกที่ได้เข้าสุหนัตซึ่งเชื่อถือในพระเยซูเจ้า คือที่มาด้วยกันกับเปโตรก็ประหลาดใจ เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้ลงมาบนคนต่างชาติด้วย เพราะเขาได้ยินคนเหล่านั้นพูดภาษาต่างๆ และยกย่องสรรเสริญพระเจ้า เปโตรจึงย้อนถามว่า”

เมื่ออัครสาวกอื่น ๆได้ถามเปโตร ท่านได้ให้การนี้เป็นหลักฐานว่าพระเจ้าทรงนำท่าน

กิจการ 11:18 “ครั้นคนทั้งหลายได้ยินคำเหล่านั้นก็นิ่งอยู่ แล้วได้สรรเสริญพระเจ้าว่า ‘พระเจ้าได้ทรงโปรดแก่คนต่างชาติให้กลับใจใหม่ จนได้ชีวิตรอดด้วย’”

ในทุกกรณี ของประทานหมายสำคัญเป็นเครื่องยืนยันข่าวประเสริฐและผู้ส่งสารของพระเจ้า เพื่อว่าประชาชนจะได้ยินและเชื่อถือ ทันทีที่ขาวประเสริฐได้รับการยืนยัน หมายสำคัญก็ค่อยๆ หายไป โดยปกติเราไม่ต้องการหมายสำคัญดังกล่าวให้เกิดขึ้นอีกในชีวิตของเรา แต่เราจำเป็นต้องรับข่าวประเสริฐแห่งพระกิตติคุณเหมือนกัน



กลับสู่หน้าภาษาไทย



อะไรคือจุดประสงค์ของประทานหมายสำคัญตามพระคัมภีร์ ?