พระธรรมอพยพ



ผู้ประพันธ์: โมเสสเป็นผู้ประพันธ์พระธรรมอพยพ

อพยพ 17:14; 24:4-7; 34:27 “พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า ‘จงเขียนข้อความต่อไปนี้ลงไว้ในหนังสือเพื่อเป็นที่ระลึก ทั้งเล่าให้โยชูวาฟังคือว่าเราจะลบล้างชื่อชนชาติ อามาเลข ไม่ให้ปรากฏในความทรงจำ ของประชาชนภายใต้ฟ้านี้ เลย’ โมเสสจึงจารึกพระวจนะของพระเจ้าไว้ทุกคำ แล้วตื่นขึ้นแต่เช้าจัด แจงสร้างแท่นบูชา ขึ้นที่เชิงภูเขา ปักเสาหินขึ้นสิบสองก้อนตามจำนวนเผ่าทั้งสิบสอง ของอิสราเอล ท่านใช้ให้หนุ่มๆ ชนชาติอิสราเอลถวายเครื่องเผาบูชาและ ถวายโคเป็นเครื่องศานติบูชาแด่พระเจ้า โมเสสเก็บเลือดโคครึ่งหนึ่งไว้ในชาม อีกครึ่งหนึ่งประพรมที่แท่นบูชานั้น ท่านถือหนังสือพันธสัญญาอ่านให้ประชาชนฟัง พวกเขากล่าวว่า ‘สิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้นั้น พวกเราจะกระทำตาม และเราจะเชื่อฟัง’ พระเจ้าตรัสกับโมเสสอีกว่า ‘คำเหล่านี้จงเขียนไว้ เพราะเราทำพันธสัญญาไว้กับเจ้า และพวกอิสราเอลตามข้อความเหล่านี้แล้ว’”

วันที่เขียน: พระธรรมอพยพเขียนขึ้นระหว่างปี 1440 และปี 1400 ก.ค.ศ.

จุดประสงค์ของการเขียน: คำว่า "อพยพ" หมายถึงการเดินทางย้ายไป

อพยพออกจากอียิปต์เป็นเครื่องหมายแห่งการสิ้นสุดเวลาที่ลูกหลานของอับราฮัมถูกกดขี่ข่มเหง และเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้พันธสัญญากับอับราฮัมสำเร็จ ที่ว่าลูกหลานของเขาจะไม่เพียงอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งพระสัญญา แต่ยังจะเพิ่มทวีคูณ และกลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่

ปฐมกาล 15:13 “พระองค์จึงตรัสแก่อับรามว่า “เจ้าจงรู้แน่เถิดว่าพงศ์พันธุ์ ของเจ้าจะเป็นคนต่างด้าวในดินแดนซึ่งมิใช่ที่ของเขา และเขาจะต้องรับใช้ชาวเมืองนั้น ชาวเมืองนั้นจะบีบบังคับเขาถึงสี่ร้อยปี”

ปฐมกาล 2:1-3, 7 “พระเจ้าตรัสแก่อับรามว่า “เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้า ไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้ เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ เราจะอวยพรแก่เจ้า จะให้เจ้ามีชื่อเสียงใหญ่โต เลื่องลือไป แล้วเจ้าจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะ ได้พรเพราะเจ้า พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์ให้ปรากฏแก่อับราม ตรัสว่า “ดินแดนนี้เราจะยกให้พงศ์ พันธุ์ของเจ้า” อับรามสร้างแท่นที่นั่นถวายบูชาแก่พระเจ้าผู้สำแดงพระองค์ ให้ปรากฏแก่ท่าน”

จุดประสงค์ของพระธรรมนี้ อาจจะแสดงให้เห็นร่องรอยลูกหลานของยาโคบจากอียิปต์ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก สามารถก่อตั้งชนชาติที่นับถือพระเจ้าในดินแดนแห่งพระสัญญาได้

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:

อพยพ 1:8 “มีกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นครองราชสมบัติในประเทศอียิปต์ พระองค์มิได้ทรงรู้จักกับโยเซฟ”

อพยพ 2:24-25 “พระเจ้าทรงสดับเสียงคร่ำครวญของเขา จึงทรงระลึกถึงพันธสัญญาที่พระองค์ ได้ทรงกระทำไว้กับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ พระเจ้าทอดพระเนตรชนชาติอิสราเอล แล้วทรงทราบถึงสภาพความเป็นไปของเขา”

อพยพ 12:27 “ท่านทั้งหลายจงตอบว่า 'เป็นการถวายสัตวบูชาปัสกาแด่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงผ่านเว้นบ้านของชนชาติอิสราเอลในอียิปต์ เมื่อพระองค์ทรงประหารคนอียิปต์ แต่ไว้ชีวิตครอบครัวของเราทั้งหลาย' ประชากรทั้งปวงก็กราบลงนมัสการ”

อพยพ 20:2-3 “เราคือพระเจ้าของเจ้า ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์คือจากแดนทาส ‘อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา’”

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมอพยพเริ่มต้นตอนพระธรรมปฐมกาลจบลง เป็นตอนที่พระเจ้าทรงเข้ามาดูแลจัดการกับพวกยิว ชนชาติที่ทรงเลือกสรรไว้ เป็นการตามรอยของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากตอนที่อิสราเอลอพยพเข้าสู่อียิปต์ในฐานะแขกของโยเซฟ ผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ในอียิปต์ จนกระทั่งพวกเขาถูกปลดปล่อยเป็นอิสระจากการเป็นทาสที่โหดร้ายทารุณ พวกเขาได้รับการปกครองโดย "... กษัตริย์องค์ใหม่ ... ซึ่งไม่รู้จักโยเซฟ " (อพยพ 1: 8) บทที่ 1-14 บรรยายสภาพของการกดขี่ข่มเหงชาวยิวภายใต้การปกครองของฟาโรห์ การที่โมเสสลุกขึ้นมาเป็นผู้ช่วยกู้ให้พ้นการเป็นทาส พระเจ้าทรงนำภัยพิบัติมาสู่อียิปต์ เพราะผู้นำของพวกเขาปฏิเสธไม่ยอมรับพระองค์ และการเดินทางอพยพออกจากอียิปต์ เราได้เห็นพระหัตถ์พระเจ้าผู้ทรงอำนาจเกรียงไกรในปาฏิหาริย์ของภัยพิบัติ—สิ้นสุดภัยพิบัติด้วยการเสียชีวิตของบุตรหัวปี และการจัดตั้งพิธีปัศกาเป็นครั้งแรก-การช่วยกู้ชนชาติอิสราเอลให้เป็นอิสระ ทะเลแดงแหวกออก และการทำลายกองทัพของอียิปต์ ตรงกลางของพระธรรมอพยพ มุ่งไปที่เหตุการณ์ตอนชนชาติยิวเดินทางในถิ่นทุรกันดารและการทรงจัดเตรียมเสบียงอาหารอันน่าอัศจรรย์จากพระเจ้าสำหรับคนของพระองค์ แต่ถึงแม้พระองค์ทรงให้พวกเขามีอาหารจากสวรรค์ น้ำรสหวานจากน้ำที่ขม ชัยชนะเหนือศัตรูที่จะทำลายพวกเขา บทบัญญัติที่ทรงจารึกไว้บนแผ่นศิลาด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง และการทรงปรากฏพระองค์ในรูปของเสาไฟและเสาเมฆ ประชาชนบ่นเรื่อยมาและกบฏต่อพระองค์ ตอนที่สามของพระธรรมเล่มนี้บรรยายการสร้างหีบพันธสัญญาและวางแผนสำหรับพลับพลากับเครื่องบูชาต่างๆ แท่นบูชา เฟอร์นิเจอร์ พิธีการและรูปแบบพิธีการถวายบูชา

ลางบอกเหตุการณ์ล่วงหน้า: การถวายบูชามากมายที่กระทำโดยชาวอิสราเอล เป็นภาพของการถวายเครื่องบูชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เทศกาลปัสกา พระเมษโปดกของพระเจ้าคือพระเยซูคริสต์ คืนวันที่เกิดภัยพิบัติครั้งสุดท้ายในอียิปต์ ลูกแกะที่ไม่มีรอยด่างพร้อยถูกฆ่าตายและนำเอาเลือดไปทาตามเสาประตูบ้านของชนชาติของพระเจ้า ปกป้องพวกเขาจากทูตมรณะ นี้เป็นภาพบอกเหตุล่วงหน้าว่าพระเยซู พระเมษโปดกของพระเจ้าผู้ไม่ทรงมีมลทิน (1 เปโตร 1:19) ซึ่งพระโลหิตของพระองค์ได้ไหลออกเพื่อให้เรามีชีวิตนิรันดร์อย่างแน่นอน ท่ามกลางการนำเสนอเชิงสัญลักษณ์ของพระคริสต์ในพระธรรมอพยพเป็นเรื่องราวของน้ำจากหินใน

อพยพ 17: 6 “เราจะยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าที่นั่น บนศิลาที่ภูเขาโฮเรบ จงตีศิลานั้น แล้วน้ำจะไหลออกมาให้ประชาชนดื่ม” โมเสสก็ทำดังนั้นต่อหน้าพวกผู้ใหญ่ของอิสราเอล”

ขณะที่โมเสสทุบตีหินใหญ่เพื่อให้น้ำแห่งชีวิตไหลออกเพื่อประชาชนจะได้ดื่ม เปรียบเหมือนพระเจ้าทรงตีศิลาแห่งความรอดของเรา ตรึงพระองค์เพื่อชำระบาปของเรา และจากหินใหญ่ไหลออกมาเป็นสิ่งที่ทรงประทานคือน้ำแห่งชีวิต

ยอห์น 4:10 “พระเยซูตรัสตอบนางว่า “ถ้าเจ้าได้รู้จักของที่พระเจ้าประทาน และรู้จักผู้ที่พูดกับเจ้าว่า 'ขอน้ำให้เราดื่มบ้าง' เจ้าก็คงจะได้ขอจากท่านผู้นั้น และท่านผู้นั้นก็คงจะให้น้ำธำรงชีวิตแก่เจ้า”

การทรงจัดเตรียมมานาในถิ่นทุรกันดารเป็นภาพที่สมบูรณ์ของพระเยซู อาหารแห่งชีวิต ที่พระเจ้าทรงเตรียมให้ชีวิตแก่เรา

ยอห์น 6:48 “เราเป็นอาหารแห่งชีวิต”

การประยุกต์ใช้ปฏิบัติ: บทบัญญัติของโมเสสที่ทรงประทานเป็นข้อๆ แสดงให้เห็นแล้วว่ามนุษย์ไม่สามารถรักษามันไว้ได้ เราไม่สามารถที่จะทำให้พระเจ้าทรงโปรดโดยรักษาบทบัญญัติ ; เปาโลตักเตือนสั่งสอนเราให้ "เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เพื่อเราจะกลายเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อในพระคริสต์และไม่ใช่โดยการถือรักษาบทบัญญัติ เพราะไม่มีใครจะเป็นคนชอบธรรมได้โดยการถือรักษาบทบัญญัติ" (กาลาเทีย 2:16)

การที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมเสบียงอาหารแก่ชาวอิสราเอล ทรงช่วยกู้ให้รอดพ้นจากการถูกจองจำเป็นทาส โดยทรงประทานมานาและนกกระทาในถิ่นทุรกันดาร เป็นการบ่งชี้ที่ชัดเจนที่ทรงพระเมตตาและที่ทรงจัดเตรียมเพื่อประชากรของพระองค์ พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะจัดหาให้ตามความต้องการของเรา "พระเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อได้ทรงเรียกท่านให้สัมพันธ์สนิทกับพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา" (1 โครินธ์ 1: 9)

เราต้องไว้วางใจในพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสามารถช่วยเราให้พ้นจากสิ่งต่างๆ แต่พระเจ้าไม่ทรงยอมให้บาปหลุดรอดไปโดยไม่ได้รับการลงโทษนิรันดร์ ผลก็คือเราสามารถไว้วางใจพระองค์ในการลงโทษตอบแทนและความยุติธรรมของพระองค์ เมื่อพระเจ้าทรงช่วยเราพ้นจากสถานการณ์ที่เลวร้าย เราไม่ควรพยายามที่จะกลับไปเหมือนเดิม เมื่อพระเจ้าทรงจัดให้เราได้ตามที่ต้องการ พระองค์ทรงคาดหวังให้เราปฏิบัติตาม แต่ในเวลาเดียวกัน พระองค์ทรงมีพระคุณและพระเมตตา เพราะทรงรู้ว่า โดยลำพังตัวเราเองเราจะไม่สามารถที่จะเชื่อฟังอย่างเต็มที่



การสำรวจพันธสัญญาเดิม



การสำรวจพระคัมภีร์



กลับสู่หน้าภาษาไทย



พระธรรมอพยพ