พระธรรมยากอบ



ผู้ประพันธ์: ผู้เขียนจดหมายฝากฉบับนี้ (จดหมาย) คือยากอบ ท่านได้รับฉายาว่ายากอบผู้ยุติธรรม ผู้ที่คนคิดว่าจะเป็นน้องชายของพระเยซูคริสต์

มัทธิว 13:55 “คนนี้เป็นลูกช่างไม้ มิใช่หรือ มีแม่ชื่อมารีย์ และน้องชายของเขาชื่อยากอบ โยเซฟ ซีโมน และยูดาสมิใช่หรือ”

มาระโก 6:3 “คนนี้เป็นช่างไม้ บุตรนางมารีย์มิใช่หรือ ยากอบ โยเสส ยูดาส และซีโมนเป็นน้องชายมิใช่หรือ และน้องสาวก็อยู่ที่นี่กับเรามิใช่หรือ”

เขาทั้งหลายจึงหมางใจในพระองค์” ยากอบไม่ได้กลับใจมาเชื่อจนกระทั่งหลังการเสด็จฟื้นคืนพระชนม์

ยอห์น 7:3-5 “พวกน้องๆของพระองค์จึงทูลพระองค์ว่า ‘ท่านจงออกจากที่นี่ไปยังแคว้นยูเดีย เพื่อให้เหล่าสาวกของท่านได้เห็นกิจการที่ท่านกำลังกระทำอยู่ เพราะว่าไม่มีผู้ใดแอบทำสิ่งใดเงียบๆเมื่อผู้นั้นอยากให้ตัวปรากฏ ถ้าท่านกระทำการเหล่านี้ ก็จงสำแดงตัวให้ปรากฏแก่โลกเถิด’ แม้พวกน้องๆของพระองค์ก็มิได้วางใจในพระองค์”

กิจการ 1:14 “พวกเขาร่วมใจกันขะมักเขม้นอธิษฐานพร้อมกับพวกผู้หญิง และมารีย์มารดาของพระเยซูและพวกน้องชายของพระองค์ด้วย”

1โครินธ์ 15:7 “ภายหลังพระองค์ทรงปรากฏแก่ยากอบ แล้วแก่อัครทูตทั้งหมด”

กาลาเทีย 1:19 “แต่ว่าข้าพเจ้าไม่ได้พบอัครทูตคนอื่นเลย นอกจากยากอบน้องขององค์พระผู้เป็นเจ้า”

ท่านกลายเป็นผู้นำของคริสตจักรกรุงเยรูซาเล็มและถูกกล่าวถึงครั้งแรกในฐานะเสาหลักของคริสตจักร

กาลาเทีย 2:9 “เมื่อยากอบกับเคฟาสและยอห์นผู้ที่เขานับถือว่าเป็นหลัก ได้เห็นพระคุณซึ่งประทานแก่ข้าพเจ้าแล้ว ก็ได้จับมือขวาของข้าพเจ้ากับบารนาบัส แสดงว่าเราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน เพื่อให้เราไปหาคนต่างชาติ และท่านเหล่านั้นจะไปหาพวกที่ถือพิธีเข้าสุหนัต”

วันที่ของการเขียน: พระธรรมยากอบน่าจะเป็นพระธรรมที่เก่าที่สุดของพันธสัญญาใหม่ ที่อาจจะเขียนในตอนต้นปีค.ศ 45 ก่อนที่มีสภากรุงเยรูซาเล็มครั้งแรกในปี ค.ศ. 50 ยากอบถูกประหารชีวิตอย่างทรมานเพราะความเชื่อประมาณปี ค.ศ. 62 ตามที่นักประ วัติศาสตร์โจเซฟัสกล่าว

จุดประสงค์ของการเขียน: บางคนคิดว่าจดหมายฝากฉบับนี้ถูกเขียนตอบสนองต่อคำสอนเปาโลที่ตีความหมายอย่างเผ็ดร้อนเรื่องกี่ยวกับความเชื่อ มุมมองที่ร้ายแรงนี้ ที่เรียกว่าลัทธิแอนตี้โนเมีย ยึดถือว่าโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ บุคคลนั้นเป็นอิสระอย่างสิ้นเชิงจากบทบัญญัติในพันธสัญญาเดิม กฎหมายทั้งหมดกฎหมายฆราวาสทั้งหมด และศีลธรรมทั้งหมดของสังคม พระธรรมยากอบเขียนถึงคริสเตียนชาวยิวที่กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางประชาชาติทั้งหลายโดยตรง

ยากอบ 1:1 “จาก ยากอบผู้รับใช้ของพระเจ้าและของพระเยซูคริสตเจ้า ถึงคนสิบสองเผ่าที่กระจัดกระจายอยู่นั้น”

มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้ที่รังเกียจจดหมายฉบับนี้และเรียกมันว่า "จดหมายหญ้าฟาง" ไม่ยอมรับว่าคำสอนของยากอบเรื่องความประพฤตินั้นทำครบถ้วนแล้ว --ไม่ได้ขัดแย้ง—คำสอนของเปาโลเรื่องความเชื่อ ในขณะที่คำสอนของเปาโลเน้นเรื่องการปรับให้เป็นคนชอบธรรมต่อพระเจ้า คำสอนของยากอบเน้นการประพฤติที่เป็นแบบอย่างการปรับให้เป็นคนชอบธรรม ยากอบกำลังเขียนถึงชาวยิวเพื่อจะหนุนใจให้พวกเขาเติบโตในความเชื่อแบบคริสเตียนนี้ต่อไป

ยากอบเน้นว่าการประพฤติดี จะไหลตามธรรมชาติจากบรรดาผู้ที่ประกอบด้วยพระวิญ ญาณ และท่านถามว่าบางคนอาจจะมีหรือไม่มีความเชื่อที่ช่วยให้รอด ถ้าผลของพระวิญญาณนั้นไม่สามารถมองเห็นได้ มากดังที่เปาโลอธิบาย

กาลาเทีย 5:22-23 “ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย”

ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญ:
ยากอบ 1:2-3: “ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง”

ยากอบ 1:19: “ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงทราบข้อนี้ จงให้ทุกคนไวในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ”

ยากอบ 2:17-18: “ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ประพฤติตามก็ไร้ผล แต่บางคนจะกล่าวว่า ‘คนหนึ่งมีความเชื่อแต่อีกคนหนึ่งมีการประพฤติ’ จงแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นความเชื่อของท่าน ที่ไม่มีการประพฤติตาม และด้วยการประพฤติตาม ข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็นความเชื่อของข้าพเจ้า”

ยากอบ 3:5: “ลิ้นก็เช่นเดียวกัน เป็นอวัยวะเล็กๆ และอวดอ้างเรื่องใหญ่ๆ จงดูเถิด ไฟนิดเดียวอาจเผาป่าใหญ่ให้ไหม้ได้หนอ”

ยากอบ 5:16: “เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล”

บทสรุปโดยย่อ: พระธรรมยากอบแสดงโครงเรื่องการเดินในความเชื่อผ่านศาสนาแท้จริง (1: 1-27) ความเชื่อแท้ (2: 1-3: 12) และสติปัญญาแท้ (3: 13-5: 20) พระธรรมเล่มนี้มีคำเปรียบคล้ายที่น่าทึ่งมากกับคำเทศนาบนภูเขาของพระเยซูในมัทธิว 5-7 ยากอบเริ่มบทแรกโดยการบรรยาายลักษณะโดยภาพรวมของการเดินในความเชื่อ ในบทที่สองและตอนต้นของบทที่สาม ท่านกล่าวถึงความยุติธรรมทางสังคมและวาทกรรมเกี่ยวกับความเชื่อโดยการประพฤติ จากนั้นท่านก็เปรียบเทียบและเปรียบความแตกต่างระหว่างปัญญาทางโลกและปํญญาของพระเจ้า และขอให้เราหันไปจากความชั่วร้ายและเข้าใกล้ชิดกับพระเจ้า ยากอบได้ตำหนิอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่คนมั่งมีที่เก็บกักตุนสะสมไว้ และผู้ที่พึ่งพาในตนเอง ในที่สุด ท่านก็จบลงด้วยการหนุนใจผู้เชื่อให้อดทนในความทุกข์ทรมาน อธิษฐานและดูแลซึ่งกันและกัน และยึดมั่นความเชื่อโดยการร่วมสามัคคีธรรม

การเชื่อมโยง: พระธรรมยากอบเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดของความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อและการประพฤติ ที่ฝังแน่นในบทบัญญัติของโมเสสและระบบการประพฤติปฏิบัติคือพวกคริสตชนชาวยิว ผู้ที่ยากอบเขียนว่า ท่านใช้เวลามากทีเดียวที่อธิบายความจริงที่ยากที่ว่า ไม่มีใครเป็นคนชอบธรรมโดยการประพฤติตามบทบัญญัติ

กาลาเทีย 2:16 “ก็ยังรู้ว่าไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมได้ โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ แต่โดยศรัทธาในพระเยซูคริสต์เท่านั้น ถึงเราเองก็มีใจศรัทธาในพระเยซูคริสต์ เพื่อจะได้เป็นคนชอบธรรมโดยศรัทธาในพระคริสต์ ไม่ใช่โดยการประพฤติตามธรรมบัญญัติ เพราะว่าโดยการประพฤติตามธรรมบัญญัตินั้น ไม่มีมนุษย์คนใดเป็นคนชอบธรรมได้เลย”

ท่านบอกกับพวกคนเหล่านั้นว่า แม้ว่าพวกเขาพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาบทบัญญัติมากมายและพิธีกรรมต่างๆ การทำเช่นนั้นช่วยอะไรไม่ได้ และการล่วงละเมิดบทบัญญัติแม้ส่วนที่เล็กน้อยที่สุด ก็เท่ากับทำให้พวกเขาผิดบทบัญญัติทั้งหมดด้วย

ยากอบ 2:10 “เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด” เพราะบทบัญญัติเป็นเอกลักษณ์ทางปรัชญา และการทำลายแม้เพียงส่วนหนึ่งก็เท่ากับทำลายมันทั้งหมด

การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ: เราเห็นในพระธรรมยากอบ การท้าทายต่อผู้ติดตามที่สัตย์ซื่อของพระเยซูคริสต์ที่ไม่เพียงแค่ "สักแต่พูด" แต่จะ "เดินและเดิน" ในขณะที่เราเดินในความเชื่อ เพื่อความแน่นอน จำต้องมีการเติบโตในความรู้เกี่ยวกับพระคำ ยากอบตักเตือนสั่งสอนอย่าให้เราหยุดอยู่เพียงแค่นั้น คริสเตียนหลายคนจะพบว่าจดหมายฝากฉบับนี้กำลังเชิญชวนเรา ขณะที่ยากอบเสนอข้อสัญญาผูกมัดให้ทำ 60 ข้อจาก 108 ข้อ ท่านมุ่งเน้นไปที่สัจจธรรมแห่งพระคำของพระเยซูในคำเทศนาบนภูเขา และกระตุ้นให้เราปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรงสอน จดหมายฝากฉบับนี้ยังวางหลักข้อคิดที่ว่า คนเรากลับใจเป็นคริสเตียนและยังคงมีชีวิตอยู่ในบาป ไม่ได้สำแดงผลของความชอบธรรม "ความเชื่อ" เช่นที่ยากอบประกาศนั้น แม้แต่พวกปีศาจก็ยังบอกว่าพวกมัน "เชื่อและกลัวจนตัวสั่น"

ยากอบ 2:19 “ท่านเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นหนึ่ง นั่นก็ดีอยู่แล้ว แม้พวกปีศาจก็เชื่อ และกลัวจนตัวสั่น”

อย่างไรก็ตาม "ความเชื่อ" เช่นนั้นไม่สามารถช่วยให้รอด เพราะว่ามันไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นจริงโดยการประพฤติ ที่มักจะประกอบความเชื่อที่ช่วยให้รอดอย่างแท้จริง

เอเฟซัส 2:10 “เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ”

ความประพฤติดีไม่ได้เป็นสาเหตุให้ได้รับความรอด แต่มันเป็นผลจากความรอด



การสำรวจพันธสัญญาใหม่



การสำรวจพระคัมภีร์



กลับสู่หน้าภาษาไทย



พระธรรมยากอบ