อะไรคือความสำคัญของม่านพระวิหารที่ถูกฉีกขาดสองท่อน เมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์?




คำถาม: อะไรคือความสำคัญของม่านพระวิหารที่ถูกฉีกขาดสองท่อน เมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์?

คำตอบ:
ในช่วงสมัยของพระเยซู พระวิหารศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเยรูซาเล็มเป็นศูนย์กลางของชีวิตทางศาสนาของชาวยิว พระวิหารเป็นสถานที่ที่มีการถวายเครื่องสัตวบูชาตามกฎหมายของโมเสส ซึ่งได้ปฏิบัติกันมาอย่างสัตย์ซื่อ

ฮีบรู 9:1-9 “แม้พันธสัญญาเดิมนั้น ก็มีกฎในการนมัสการ และมีโลกียศักดิ์สิทธิสถาน เพราะว่าได้มีเต็นท์กางขึ้นตกแต่งเสร็จแล้ว คือห้องชั้นนอก ซึ่งมีคันประทีป โต๊ะ และขนมปังหน้าพระพักตร์ ห้องนี้เรียกว่า วิสุทธิสถาน ภายในม่านชั้นที่สองมีห้อง ซึ่งเรียกว่า อภิสุทธิสถาน มีแท่นทองคำสำหรับเผาเครื่องหอม และมีหีบหุ้มด้วยทองคำทุกด้าน สำหรับบรรจุพันธสัญญา ภายในหีบนั้น มีโถทองคำใส่มานา และมีไม้เท้าของอาโรนที่ออกดอกตูม และมีศิลาสองแผ่นจารึกพันธสัญญา

และเหนือหีบนั้น มีรูปเครูบแห่งพระสิริ คลุมพระที่นั่งพระกรุณานั้น สิ่งเหล่านี้ เราจะพรรณนาให้ละเอียดในที่นี้ไม่ได้ เมื่อจัดตั้งสิ่งเหล่านี้ไว้อย่างนั้นแล้ว พวกปุโรหิตก็เข้าไปในเต็นท์ห้องชั้นนอกทุกครั้งที่ปฏิบัติกิจวัตร แต่ในห้องที่สองนั้นมีมหาปุโรหิตผู้เดียวเท่านั้นที่เข้าไปได้ปีละครั้ง และต้องนำเลือดเข้าไปถวายเพื่อตัวเอง และเพื่อความผิดโดยไม่เจตนาของประชาชนด้วย เพราะการปฏิบัติอย่างนี้เอง พระวิญญาณบริสุทธิ์จึงทรงสำแดงว่า ทางซึ่งจะนำเข้าไปในสถานศักดิ์สิทธิ์นั้นจะยังไม่เปิด ในเมื่อเต็นท์ห้องชั้นนอกยังตั้งอยู่ (เต็นท์ห้องชั้นนอกเป็นเครื่องหมายแห่งยุคปัจจุบัน) การถวายของกำนัลและเครื่องบูชา ซึ่งจะกระทำกันตามแบบนี้ ไม่ชำระใจสำนึกผิดของผู้ถวายนั้น”

สิ่งนี้บอกเราว่าในพระวิหาร มีม่านแยกกั้นอภิสุทธิสถาน--สถานที่ประทับในโลกของพระเจ้า—แยกจากส่วนอื่นของพระวิหารที่มีคนอาศัยอยู่ นี้มีความหมายว่าความบาปได้แยกมนุษย์ออกจากพระเจ้า

อิสยาห์ 59:1-2 “ดูเถิด พระหัตถ์ของพระเจ้ามิได้สั้นลง ที่จะช่วยให้รอดไม่ได้ หรือพระกรรณตึง ซึ่งจะไม่ทรงได้ยิน แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยก ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลาย ได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน”

เฉพาะพวกมหาปุโรหิตได้รับอนุญาตให้เข้าไปหลังม่านนี้เพียงครั้งเดียวในแต่ละปี เพื่อจะเข้าเฝ้าพระเจ้าแทนชนชาติอิสราเอลและเพื่อทำพิธีลบมลทินบาปของพวกเขา อพยพ 30:10 “ให้อาโรนทำการบูชาไถ่บาปที่เชิงงอนปีละหน ให้เขาทำการลบมลทินแท่นนั้นปีละหนด้วยเลือดของ เครื่องบูชาไถ่บาปลบมลทินตลอดชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า แท่นนั้นจะบริสุทธิ์ที่สุดแด่พระเจ้า” (โปรดดูเลวีนิติ 16)

1พงศ์กษัตริย์ 6:2 “ในเมื่อเราได้เชิดชูเจ้าขึ้นมาจากผงคลี และกระทำให้เจ้าเป็นประมุขเหนืออิสราเอล ประชากรของเรา และเจ้าได้ดำเนินตามมรรคาของเยโรโบอัม และได้กระทำให้อิสราเอลประชากรของเราทำบาปด้วย กระทำให้เราโกรธด้วยบาปของเขาทั้งหลาย

วิหารโซโลมอนนั้นสูง 30 ศอก แต่เฮโรดได้เพิ่มความสูงขึ้นถึง 40 ศอก ตามผลงานเขียนของโจเซฟัส นักประวัติศาสตร์ของชาวยิวในศตวรรษแรก ไม่มีความแน่นอนในการวัดขนาดศอกที่ชัด แต่มันปลอดภัยที่จะสรุปว่า ม่านนี้สูงสักประมาณเกือบ 60 ฟุต โจเซฟัสยังบอกเราว่าม่านนี้หนาสี่นิ้ว และม้าที่ผูกติดอยู่กับแต่ละด้านไม่สามารถดึงม่านให้ขาดจากกันได้ พระธรรมอพยพสอนว่าม่านหนานี้เป็นสีตามสมัยนิยมคือฟ้า, สีม่วงและสีแดงก่ำและผ้าลินินเนื้อดี ขนาดและความหนาของผ้าม่านทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขนสำคัญมากยิ่งขึ้น

มัทธิว 27:50-51 “ฝ่ายพระเยซูร้องเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง แล้วสิ้นพระชนม์ และดูเถิด ม่านในพระวิหารก็ขาดออกเป็นสองท่อน ตั้งแต่บนตลอดล่าง แผ่นดินก็ไหว ศิลาก็แตกออกจากกัน”

ดังนั้น เราจะทำอะไรจากนี้หรือ ม่านที่ฉีกขาดออกนี้สำคัญยังไงสำหรับเราทุกวันนี้ เหนือสิ่งอื่นใด การที่ม่านฉีกขาดในขณะที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เป็นสัญลักษณ์สำคัญยิ่งที่แสดงความเสียสละของพระองค์ การที่พระโลหิตพระองค์หลั่งไหล เพียงพอสำหรับการลบล้างความบาป มันมีความหมายสำคัญว่าตอนนี้ทางเข้าอภิสุทธิสถานเปิดออกสำหรับทุกคน ตลอดเวลาทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติ เทื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ ม่านถูกฉีกขาด และพระเจ้าทรงเสด็จออกจากสถานที่นั้น และไม่ทรงประทับอยู่ในวิหารที่ทำด้วยมือมนุษย์อีกต่อไป

กิจการ 17:24 “พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้”

พระเจ้าเสด็จออกจากวิหารและระบบทางศาสนา และวิหารและกรุงเยรูซาเล็มถูกทิ้ง "โดดเดี่ยว" (ถูกทำลายโดยชาวโรมัน) ในปี ค.ศ. 70 เช่นเดียวกับที่พระเยซูได้ทรงทำนาย

ลูกา 13:35 “ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมา บนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ เหตุฉะนั้นบุตรที่จะเกิดมานั้น จะได้เรียกว่าวิสุทธิ์ และเรียกว่าพระบุตรของพระเจ้า”

ตราบใดที่พระวิหารตั้งอยู่ มันหมายความว่าพันธสัญญาเดิมยังดำรงต่อไปอีก

ฮีบรู 9:8-9 “เพราะการปฏิบัติอย่างนี้เอง พระวิญญาณบริสุทธิ์จึงทรงสำแดงว่า ทางซึ่งจะนำเข้าไปในสถานศักดิ์สิทธิ์นั้นจะยังไม่เปิด ในเมื่อเต็นท์ห้องชั้นนอกยังตั้งอยู่ (เต็นท์ห้องชั้นนอกเป็นเครื่องหมายแห่งยุคปัจจุบัน) การถวายของกำนัลและเครื่องบูชา ซึ่งจะกระทำกันตามแบบนี้ ไม่ชำระใจสำนึกผิดของผู้ถวายนั้น”

นี้หมายถึงยุคที่กำลังจะผ่านไป เกิดพันธสัญญาใหม่ตั้งขึ้นแทน

ฮีบรู 8:13 “เมื่อพระองค์ตรัสถึง พันธสัญญาใหม่ พระองค์ทรงถือว่าพันธสัญญาเดิมนั้นพ้นสมัยไปแล้ว สิ่งที่พ้นสมัยและเก่าไปแล้วนั้นก็จะเสื่อมสูญไป”

ความหมายคือ ม่านเป็นสัญลักษณ์ของพระคริสต์เอง ทรงเป็นทางเดียวที่จะไปยังพระบิดา

ยอห์น 14:6 “พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา” .

ข้อเท็จจริงที่แสดงว่ามหาปุโรหิตต้องเข้าไปในอภิสุทธิสถานผ่านทางผ้าม่าน ตอนนี้พระคริสต์ทรงเป็นมหาปุโรหิตใหญ่ และในฐานะที้ราเป็นผู้เชื่อในพระราชกิจที่เสร็จสิ้นแล้ว เราเข้าร่วมเป็นปุโรหิตด้วยกันกับพระองค์ ตอนนี้เราสามารถเข้าในอภิสุทธิสถานโดยทางพระองค์

ฮีบรู 10:19-20 “เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย เมื่อเรามีใจกล้าที่จะเข้าไปสู่สถานศักดิ์สิทธิ์โดยพระโลหิตของพระเยซู ตามทางใหม่และเป็นทางที่มีชีวิต ซึ่งพระองค์ได้ทรงเปิดออกให้เราผ่านเข้าไปทางม่านนั้น คือทางพระกายของพระองค์” ที่นี่เราเห็นภาพพระกายของพระเยซูถูกหักออกเพื่อเราเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงฉีกม่านออกเพื่อเรา ม่านถูกฉีกจากบนลงล่างเป็นความจริงที่มีในประวัติศาสตร์ ความสำคัญอันล้ำลึกของเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ถูกอธิบายละเอียดที่รุ่งโรจน์ในพระธรรมฮีบรู หลายสิ่งในพระวิหารเป็นเงาของหลายสิ่งที่จะตามมา และสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดพุ่งเป้าสูงสุดไปที่พระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเป็นม่านของอภิสุทธิสถาน และโดยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ผู้ทรงสัตย์ซื่อ ตอนนี้เรามีอิสระที่จะเข้าถึงพระเจ้า ม่านในพระวิหารก็เป็นเครื่องเตือนเราเสมอว่า ความบาปทำให้มนุษย์ไม่เหมาะที่จะอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า ความจริงที่ว่าเครื่องบูชาไถ่บาปที่ถูกนำมาถวายเป็นประจำทุกปี และเครื่องบูชาถวายอื่น ๆ ที่นับไม่ถ้วนในชีวิตประจำวัน แสดงภาพกราฟฟิกว่าความบาปไม่ได้รับการชดเชยอย่างแท้จริง หรือลบออกโดยทางสัตวบูชาเท่านั้น พระเยซูคริสต์ โดยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้ลบอุปสรรคระหว่างพระเจ้าและมนุษย์ออกไปแล้ว และตอนนี้เราอาจจะเข้าถึงพระองค์ด้วยความเชื่อมั่นและความกล้าหาญ

ฮีบรู 4:14-16 “เหตุฉะนั้น เมื่อเรามีมหาปุโรหิตผู้เป็นใหญ่ที่ผ่านฟ้าสวรรค์เข้าไปถึงพระเจ้าแล้ว คือพระเยซูพระบุตรของพระเจ้า ขอให้เราทั้งหลายมั่นคงในพระศาสนาของเรา เพราะว่า เรามิได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ได้ทรงถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ”



กลับสู่หน้าภาษาไทย



อะไรคือความสำคัญของม่านพระวิหารที่ถูกฉีกขาดสองท่อน เมื่อพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์?