พระเจ้าทรงคาดหวังให้คริสเตียนลงคะแนนเสียงหรือ?




คำถาม: พระเจ้าทรงคาดหวังให้คริสเตียนลงคะแนนเสียงหรือ?

คำตอบ:
มันเป็นการโต้แย้งกันในพวกเราว่า มันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของคริสเตียนทุกคนในการออกเสียงลงคะแนน และลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกผู้นำที่ส่งเสริมหลักความเชื่อคริสเตียน แน่นอนที่สุดพระเจ้าทรงควบคุมอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรจะทำอะไรที่จะสนับสนุนพระประสงค์ของพระองค์ เราได้รับพระบัญชาให้อธิษฐานเผื่อผู้นำของเรา

1ทิโมธี 2:1-4 “เหตุฉะนั้นบุตรของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเข้มแข็งขึ้นในพระคุณซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย จงทนการยากลำบากด้วยกันกับทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์ ไม่มีทหารคนใดที่เข้าประจำการแล้วจะยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน ด้วยว่าเขามุ่งที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ”

ในแง่ของการเมืองและความเป็นผู้นำ มีหลักฐานในคัมภีร์ว่าพระเจ้าไม่ทรงพอพระทัยการตัดสินใจเลือกผู้นำของเราบางครั้ง

โฮเชยา 8:4 “เขาทั้งหลายได้แต่งตั้งกษัตริย์ แต่เรามิได้เสนอให้ทำ เขาทั้งหลายแต่งตั้งเจ้านาย แต่เราไม่ รู้เรื่องเลย เขาทั้งหลายสร้างรูปเคารพด้วยเงินและทองคำของเขา เพื่อแก่ความพินาศของเขาเอง” .

หลักฐานของบ่วงแร้วความบาปในโลกนี้มีอยู่ทุกหนแห่ง มีความทุกข์ที่อยู่ในโลกมากมายเป็นเพราะผู้นำไม่มีพระเจ้า

สุภาษิต 28:12” เมื่อคนชอบธรรมมีชัย ความรุ่งเรืองก็มีมากขึ้น แต่เมื่อคนชั่วร้ายทวีอำนาจ คนก็พากันซ่อนตัวเสีย”

พระคัมภีร์สั่งสอนแนะนำคริสเตียนให้เชื่อฟังผู้มีอำนาจที่ชอบด้วยกฎหมาย เว้นแต่จะขัดแย้งกับพระบัญชาของพระเจ้า

กิจการ 5:27-29 “เมื่อเขาได้พาพวกอัครทูตมาแล้วก็ให้ยืนหน้าสภา มหาปุโรหิตประจำการจึงถามว่า “

เราได้กำชับพวกเจ้าอย่างแข็งแรงมิให้สอนออกชื่อนี้ ก็นี่แน่ะ เจ้าได้ให้คำสอนของเจ้าแพร่ ไปทั่วกรุงเยรูซาเล็ม และปรารถนาให้ความผิดเนื่องด้วยความตายของผู้นั้นตกอยู่กับเรา” ฝ่ายเปโตรกับอัครทูตอื่นๆตอบว่า “ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์”

โรม 13:1-7 “ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่มีอำนาจปกครอง เพราะว่าไม่มีอำนาจใดเลยที่มิได้มาจากพระเจ้า และผู้ที่ทรงอำนาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น เหตุฉะนั้นผู้ที่ขัดขืนอำนาจนั้น ก็ขัดขืนผู้ซึ่งพระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น และผู้ที่ขัดขืนนั้นจะ ต้องถูกพิพากษาลงโทษ เพราะว่าผู้ครอบครองนั้นไม่น่ากลัวเลยสำหรับคนที่ทำความดี แต่ว่าเป็นที่น่ากลัวสำหรับคนที่ทำความชั่ว ท่านไม่อยากจะกลัวผู้มีอำนาจหรือ ถ้าเช่นนั้นก็จงประพฤติแต่ความดี แล้วท่านก็จะได้เป็นที่พอใจของผู้มีอำนาจนั้น เพราะว่าผู้ครอบครองนั้น เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าเพื่อให้ประโยชน์แก่ท่าน แต่ถ้าท่านทำความชั่วก็จงกลัวเถิด เพราะว่าผู้ครอบครองนั้นหาได้ถือดาบไว้เฉยๆไม่ ท่านเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และจะเป็นผู้ลงพระอาชญาแทนพระเจ้าแก่ทุกคนที่ประพฤติชั่ว เหตุฉะนั้นท่านจะต้องอยู่ในบังคับบัญชา มิใช่เพราะเกรงพระอาชญาสิ่งเดียว แต่เพราะจิตที่สำนึกผิดชอบด้วย เพราะเหตุผลอันเดียวกันท่านจึงได้เสียส่วยสาอากรด้วย เพราะว่าผู้มีอำนาจนั้นเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่ ท่านจงให้แก่ทุกคนตามที่เขาควรจะได้รับ จงเสียส่วยสาอากรตามที่ควร เสียภาษีตามที่ควร ความยำเกรงควรแก่ผู้ใด จงยำเกรงผู้นั้น จงให้เกียรติยศแก่ผู้ที่ควรจะได้รับ”

ในฐานะที่เป็นผู้เชื่อที่บังเกิดใหม่อีกครั้ง เราควรพยายามสรรหาเลือกผู้นำ โดยการทรงนำของพระผู้สร้างของเรา

1 ซามูเอล 12:13-25 “บัดนี้ จงดูพระราชาที่ท่านทั้งหลายได้เลือก ผู้ซึ่งท่านทั้งหลายได้ร้องขอ ดูเถิด พระเจ้าทรงตั้งพระราชาไว้เหนือท่านแล้ว ถ้าท่านทั้งหลายจะยำเกรงพระเจ้าและปรนนิบัติพระองค์ และฟังพระสุรเสียงของพระองค์ และไม่กบฏต่อพระบัญชาของพระเจ้า และถ้าท่านทั้งหลายและพระราชาผู้ปกครองเหนือท่าน จะเป็นผู้ติดตามพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ทั้งหลายก็ดีแล้ว แต่ถ้าท่านทั้งหลายไม่ฟังพระสุรเสียงของ พระเจ้าแต่กบฏต่อพระบัญชาของพระเจ้า แล้วพระหัตถ์ของพระเจ้าจะต่อสู้ท่านทั้งหลาย และบรรพบุรุษของท่าน เพราะฉะนั้นบัดนี้ท่านทั้งหลายจงยืนนิ่งอยู่ คอยดูเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ต่อไปนี้ ซึ่งพระเจ้าจะทรงกระทำต่อหน้าต่อตาของท่านทั้งหลาย วันนี้เป็นฤดูเกี่ยวข้าวสาลีไม่ใช่หรือ ข้าพเจ้าจะร้องทูลต่อพระเจ้าขอพระองค์จัดส่งฟ้าร้องและฝน และท่านทั้งหลายจะทราบและเห็นเองว่า ความอธรรมของท่านนั้นใหญ่โตเพียงใด ซึ่งท่านได้กระทำในสายพระเนตรพระเจ้า ในการที่ได้ขอให้มีพระราชาสำหรับตน” ซามูเอลจึงร้องทูลต่อพระเจ้า และพระเจ้าทรงส่งฟ้าร้องและฝนมาในวันนั้น ประชาชนก็เกรงกลัวพระเจ้าและซามูเอลยิ่งนัก และประชาชนทั้งหลายเรียนซามูเอลว่า “ขอท่านอธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้า ของท่านเผื่อผู้รับใช้ทั้งหลายของท่าน เพื่อเราทั้งหลายจะไม่ถึงตาย เพราะเราได้เพิ่มความชั่วนี้เข้ากับบาปทั้งสิ้นของเรา คือขอให้มีพระราชาสำหรับเราทั้งหลาย” และซามูเอลกล่าวแก่ประชาชนว่า “อย่ากลัวเลย ท่านทั้งหลายได้กระทำความ ชั่วนี้ทั้งสิ้นจริงๆแล้ว แต่ท่านทั้งหลายอย่าหันไปเสียจากการติดตามพระเจ้า แต่จงปรนนิบัติพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของท่าน และอย่าหันเหไปติดตามสิ่งอนิจจังซึ่งไม่เป็นประโยชน์ หรือไม่ช่วยให้พ้นเพราะเป็นสิ่งอนิจจัง เพราะพระเจ้าจะไม่ละทิ้งประชากรของพระองค์ ด้วยเห็นแก่พระนามใหญ่ยิ่งของพระองค์ เพราะพระเจ้าทรงพอพระทัยแล้วที่จะ กระทำให้ท่านเป็นประชากรของพระองค์ ยิ่งกว่านั้นส่วนข้าพเจ้าขออย่าให้มีวี่แววที่ ข้าพเจ้าจะกระทำบาปต่อพระเจ้าด้วยการหยุด อธิษฐานเพื่อท่านทั้งหลาย แต่ข้าพเจ้าจะแนะนำทางที่ดีและที่ถูกให้ท่าน จงยำเกรงพระเจ้าเท่านั้น ปรนนิบัติพระองค์ด้วยใจซื่อสัตย์สุจริต และด้วยสิ้นสุดใจของท่าน จงพิเคราะห์ถึงมหกิจซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำแก่ท่านแล้วนั้น แต่ถ้าท่านทั้งหลายขืนกระทำความชั่วอยู่ ท่านจะต้องพินาศทั้งตัวท่านทั้งหลายเองและ พระราชาของท่านด้วย”

ผู้สมัครหรือข้อเสนอที่ละเมิดคำสั่งของพระคัมภีร์สำหรับชีวิต ครอบครัว การแต่งงาน หรือความเชื่อ เราไม่ควรสนับสนุน

สุภาษิต 14:34 “ความชอบธรรมเชิดชูประชาชาติหนึ่งๆ แต่บาปเป็นเหตุให้ชนชาติหนึ่งๆ ถูกตำหนิ”

คริสเตียนควรออกเสียงลงคะแนนโดยผ่านการอธิษฐานและการศึกษาทั้งพระคำของพระเจ้าและในการตัดสินใจลงคะแนนเสียงตามสภาพเป็นจริง คริสเตียนหลายประเทศในโลกนี้ได้ถูกทารุณ และกดขี่ข่มเหง พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ภายใต้รัฐบาลที่พวกเขาไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลง และรัฐบาลที่เกลียดชังความเชื่อของพวกเขา และอยากจะให้พวกเขาเงียบไม่ออกเสียง ผู้เชื่อเหล่านี้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์โดยเสี่ยงต่อชีวิตของตนเอง

ในประเทศสหรัฐอเมริกา คริสเตียนได้รับพระพรที่มีสิทธิพูดออกเสียงเกี่ยวกับการเลือกผู้นำของพวกเขา โดยไม่ต้องกลัวพวกเขาเองหรือครอบครัวของพวกเขา ในสหรัฐอเมริกาในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประมาณทุกๆ 2ใน5 ของคริสเตียนที่ประกาศตนเองเป็นผู้เชื่อ ได้รับสิทธิ์และไม่ได้ออกเสียงลงคะแนน ประมาณ 1 ใน 5 คริสเตียนที่ประกาศตนเป็นผู้เชื่อ มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่ไปลงทะเบียนเพื่อจะลงคะแนนเสียง ในยุคสมัยของเราเวลานี้ มีหลายคนที่ต้องการผลักดันพระนามและข่าวประเสริฐของพระคริสต์ออกสู่เวทีสาธารณชน การออกเสียงลงคะแนนเป็นโอกาสในการส่งเสริม ปกป้องและสงวนรักษารัฐบาลที่ชอบธรรม ผ่านโอกาสนั้นไปหมายถึงการปล่อยคนเหล่านั้นที่จะสบประมาทพระนามของพระคริสต์ ใส่วิถีทางของพวกเขาในชีวิตของเรา ผู้นำที่เราเลือก---หรือไม่ทำอะไรเพื่อถอดถอน --มีอิทธิพลต่อเสรีภาพของเราอย่างมาก พวกเขาสามารถเลือกที่จะปกป้องสิทธิของเราที่จะนมัสการและเผยแพร่พระกิตติคุณ หรือพวกเขาสามารถจำกัดสิทธิเหล่านั้นก็ได้ พวกเขาสามารถนำประเทศของเราไปสู่ความชอบธรรมหรือไปสู่ความวิบัติทางศีลธรรม ในฐานะคริสเตียน เราควรจะลุกขึ้นและทำตามพระบัญชาที่จะทำหน้าที่ของพลเมืองของเราให้สมบูรณ์

มัทธิว 22:21 “เขาทูลว่า “ของซีซาร์” แล้วพระองค์ตรัสกับเขาว่า “เหตุฉะนั้น ของของซีซาร์จงถวายแก่ซีซาร์ และของของพระเจ้าจงถวายแด่พระเจ้า”



กลับสู่หน้าภาษาไทย



พระเจ้าทรงคาดหวังให้คริสเตียนลงคะแนนเสียงหรือ?