ขณะนี้พระเจ้าทรงอยู่ไหน พระเจ้าทรงอยู่ไหนเมื่อเราเจ็บปวด?




คำถาม: ขณะนี้พระเจ้าทรงอยู่ไหน พระเจ้าทรงอยู่ไหนเมื่อเราเจ็บปวด?

คำตอบ:
พระคัมภีร์สอนว่าพระเจ้าทรงปกครองเหนือประชาชาติจากพระบัลลังก์บริสุทธิ์ของพระองค์ในสวรรค์

เพลงสดุดี 47:8 "พระเจ้าทรงครอบครองนานาประชาชาติ พระเจ้าทรงประทับบนพระ ที่นั่งบริสุทธิ์ของพระองค์"

อิสยาห์ 6:1 "ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชายฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิหาร"

อิสยาห์ 66:1 "พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "สวรรค์เป็นบัลลังก์ของเรา และแผ่นดินโลกเป็นแท่นวางเท้าของเรา นิเวศซึ่งเจ้าจะสร้างให้เรานั้นจะอยู่ที่ไหนเล่า และที่พำนักของเราจะอยู่ที่ไหน"

ฮีบรู 4:16 "ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ"

แม้ว่าที่เรารู้ว่าพระเจ้าทรงประทับในสวรรค์ตามความรู้สึกพิเศษเฉพาะ คำสอนของพระคัมภีร์ยังกล่าวชัดเจนว่า พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง (ทรงสถิตทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน) จากปฐมกาลในพระคัมภีร์ เราทราบวาสพระเจ้าทรงสถิตเหนือแผ่นดิน แม้ในขณะที่มันยังคงไร้รูปร่างและว่างเปล่าอยู่

ปฐมกาล 1:2 "แผ่นดินก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้า ปกอยู่เหนือน้ำนั้น"

พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งเต็มไปทั้งโลก และการทรงสถิตและพระสิริของพระองค์ยังคงมีอยู่ทั่วแผ่นดินโลก

กันดารวิถี 14:21 "คนเหล่านี้จะมิได้เห็นแผ่นดินที่เราสัญญาไว้กับ ปู่ย่าตายายของเขาฉันนั้น คนทั้งปวงที่สบประมาทเราจะไม่ได้เห็นแผ่นดินนั้นสักคนเดียว"

มีตัวอย่างมากมายตลอดพระคัมภีร์ เรื่องการที่พระเจ้าทรงสถิตและเคลื่อนไหวในแผ่นดินโลก โดยทรงมีปฏิสัมพันธ์กับสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง

ปฐมกาล 3:8 "เวลาเย็นวันนั้น เขาทั้งสองได้ยินเสียงพระเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในสวน ชายนั้นกับภรรยาก็หลบไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้ในสวนนั้น ให้พ้นจากพระ พักตร์พระเจ้า"

พระราชบัญญัติ 23:14 "เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงดำเนิน อยู่ท่ามกลางค่ายของท่าน เพื่อจะช่วยกู้ท่านและมอบศัตรูของท่านไว้ในมือท่าน เพราะฉะนั้นค่ายของท่านต้องบริสุทธิ์ เพื่อพระองค์จะไม่ทอดพระเนตรสิ่ง โสโครกในหมู่พวกท่าน และเสด็จไปเสียจากท่าน"

อพยพ 3:2 "ทูตของพระเจ้าก็ปรากฏแก่โมเสส ท่ามกลางพุ่มไม้เป็นเปลวไฟ โมเสสมองดู เห็นพุ่มไม้นั้นมีไฟลุกโชนอยู่ แต่มิได้ไหม้โทรมไป"

1พงศ์กษัตริย์ 19:11-18 "และพระองค์ตรัสว่า "จงออกไปเถิด ไปยืนอยู่บนภูเขาต่อพระพักตร์พระเจ้า" และดูเถิด พระเจ้าทรงผ่านไป และลมใหญ่อันแรงกล้าได้พัดพังภูเขา และทำให้หินแตกเป็นก้อนๆต่อพระพักตร์พระเจ้า แต่พระเจ้ามิได้สถิตในลมนั้น ภายหลังลมก็แผ่นดินไหว แต่พระเจ้าหาทรงสถิตในแผ่นดินไหวนั้นไม่ ภายหลังแผ่นดินไหวก็เกิดไฟ แต่พระเจ้าหาทรงสถิตในไฟนั้นไม่ ภายหลังไฟก็มีเสียงเบาๆ และเมื่อเอลียาห์ได้ยินท่านก็เอาผ้าคลุมหน้าไว้ ออกไปยืนอยู่ที่ปากถ้ำ และดูเถิด มีเสียงมาถึงท่านว่า "เอลียาห์เอ๋ย เจ้าทำอะไรอยู่ที่นี่" ท่านทูลว่า ‘ข้าพระองค์ร้อนรนเพื่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าจอมโยธายิ่งนัก เพราะว่าประชาชนอิสราเอลได้ทอดทิ้งพันธสัญญาของพระองค์ พังแท่นบูชาของพระองค์ลงเสีย และประหารผู้เผยพระวจนะของพระองค์เสียด้วยดาบ และข้าพระองค์ ข้าพระองค์แต่ผู้เดียวเหลืออยู่ และเขาทั้งหลายแสวงชีวิตของข้าพระองค์ เพื่อจะเอาไปเสีย ‘และพระเยโฮวาห์ตรัสกับท่านว่า "ไปเถอะ จงกลับไปตามทางของเจ้าถึงถิ่นทุรกัน ดารดามัสกัส และเมื่อเจ้าไปถึงแล้ว เจ้าจงเจิมฮาซาเอลไว้ให้เป็นกษัตริย์เหนือ ประเทศซีเรีย และเยฮูบุตรนิมซีนั้น เจ้าจงเจิมให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล และเอลีชาบุตรชาฟัทชาวอาเบลเมโฮลาห์ เจ้าจงเจิมตั้งไว้ให้เป็นผู้เผยพระวจนะแทนเจ้า และผู้ที่รอดจากดาบของฮาซาเอล เยฮูจะฆ่าเสียและผู้ที่รอดจากดาบของเยฮู เอลีชาจะฆ่าเสีย แต่เราจะเหลือเจ็ดพันคนไว้ในอิสราเอล คือทุกเข่าซึ่งมิได้น้อมลงต่อพระบาอัล และทุกปากซึ่งมิได้จุบรูปนั้น"

ลูกา 1:35 "ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า "พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ เหตุฉะนั้นบุตรที่จะเกิดมานั้น จะได้เรียกว่าวิสุทธิ์ และเรียกว่าพระบุตรของพระเจ้า"

กิจการ 16:7 "เมื่อลงไปยังที่ตรงข้ามกับแคว้นมิเซียแล้ว ก็พยายามจะไปยังแว่นแคว้นบิธีเนีย แต่พระวิญญาณของพระเยซูไม่ทรงโปรดให้ไป"

ฮีบรู 4:13 "ไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซ่อนไว้พ้นพระเนตรพระองค์ แต่ตรงข้ามทุกสิ่งปรากฏแจ้งต่อ พระองค์ผู้ซึ่งเราต้องสัมพันธ์ด้วย"

เยเรมีย์ 23:24 "พระเจ้าตรัสว่า คนใดจะซ่อนจากเราไปอยู่ในที่ลับเพื่อเราจะมิได้ เห็นเขาได้หรือ พระเจ้าตรัสว่าเรามิได้อยู่เต็มฟ้าสวรรค์และโลกดอกหรือ"

เพลงสดุดีบทที่ 139 เป็นการศึกษาที่น่าสนเท่ห์เรื่อพระเจ้าทรงสถิตอยู่ทั่วไปทุกหนแห่ง

พระเจ้าทรงอยู่ไหน?

หากคุณเป็นผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับคุณ อยู่ข้างคุณ อยู่เหนือคุณแล้วก็อยู่ภายในคุณ พระเจ้าทรงสถิตและทรงเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ทรงไม่มีวันละทิ้งคุณ ถ้าคุณไม่ใช่ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าทรงสถิตอยู่ตรงหน้าคุณ ทรงกำลังเชิญคุณ ทรงนำคุณมาใกล้ชิด ทรงประทานความรัก ความเมตตาและพระกรุณาคุณแก่คุณ ตามซึ่งพระองค์ทรงปรารถนาที่จะประทานแก่คุณ หากคุณไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์ โปรดอ่านบทความของเราเกี่ยวกับวิธีที่ "เดินอย่างถูกต้องกับพระเจ้า" บางทีคำถามที่ดีกว่า "พระเจ้าทรงอยู่ไหน" คือ "คุณอยู่ไหน เมื่อเปรียบเทียบกัยพระเจ้า?"

พระเจ้าทรงอยู่ไหนเมื่อเราเจ็บปวด

ดูเหมือนว่าเราอยากจะรู้คำตอบสำหรับคำถามนี้มากที่สุด เมื่อเราเผชิญกับการทดลองที่เจ็บปวดและความสงสัยประดังเข้ามา แม้แต่พระเยซู ระหว่างที่ทรงถูกตรึงกางเขน ทรงตรัสถามว่า "พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ทำไมพระองค์ทรงละทิ้งข้าพระองค์ไป" (มัทธิว 27:46)

สำหรับผู้คนที่เฝ้าดูในช่วงเวลานั้น เช่นเดียวกับบรรดาผู้ที่อ่านเรื่องนี้ครั้งแรก มันก็ดู เหมือนว่าพระเจ้าทรงละทิ้งพระเยซู ดังนั้นเราจึงสรุปได้ชัดเจนว่าพระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งเราด้วย ในช่วงเวลาที่ชีวิตเรามืดมนที่สุด แต่ เมื่อยังคงสังเกตดูเหตุการณ์ที่ได้เปิดเผยออกหลังจากการตรึงกางเขนนั้น ความจริงก็เปิดเผยว่าไม่มีอะไรที่จะสามารถแยกเราจากความรักของพระเจ้า ไม่มีแม้แต่ความตาย

โรม 8:37-39 "แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เรามีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า แม้ความตายหรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือซึ่งสูงหรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆอื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้"

หลังจากที่พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขน ทรงได้รับการถวายพระเกียรติ

1 เปโตร 1:21 "เพราะพระคริสต์ท่านจึงวางใจในพระเจ้า ผู้ทรงชุบพระคริสต์ให้ฟื้นจากความตาย และทรงประทานพระเกียรติแก่พระองค์ เพื่อให้ความเชื่อและความหวังใจของท่านดำรงอยู่ในพระเจ้า"

มาระโก 16:6, 19 "ฝ่ายคนหนุ่มนั้นบอกเขาว่า "อย่าตกตะลึงเลย พวกเจ้าทั้งหลายมาหาพระเยซู ชาวนาซาเร็ธซึ่งต้องตรึงไว้ที่กางเขน พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้วหาได้ประทับที่นี่ไม่ จงดูที่ที่เขาได้วางพระศพของพระองค์เถิด ครั้นพระเยซูเจ้าตรัสสั่งเขาแล้ว พระเจ้าก็ทรงรับพระองค์ให้ขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า"

โรม 4:24-25 "แต่สำหรับพวกเราด้วย จะทรงถือว่าเราเป็นคนชอบธรรม คือเราที่เชื่อในพระองค์ ผู้ทรงให้พระเยซูเจ้าของเราให้ฟื้นขึ้นจากความตาย คือพระเยซูผู้ทรงถูกอายัดไว้ให้ถึงสิ้นพระชนม์แล้ว เพราะการล่วงละเมิดของเรา และได้ทรงฟื้นจากความตาย เพื่อให้เราเป็นคนชอบธรรม"

จากตัวอย่างนี้เท่านั้นที่เราสามารถมั่นใจได้ว่า แม้ขณะที่เราไม่ได้รู้สึกว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วยระหว่างที่เราเจ็บปวด เรายังคงเชื่อในพระสัญญาของพระองค์ว่า พระองค์จะไม่ทรงละจากเราหรือทอดทิ้งเรา

ฮีบรู 13:5 "ท่านจงอย่าเป็นคนเห็นแก่เงิน จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่ เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสว่า เราจะไม่ละท่าน หรือทอดทิ้งท่านเลย"

"บางครั้งพระเจ้าทรงอนุญาตให้สิ่งที่ทรงเกลียดชังทำให้สิ่งที่ทรงรักสำเร็จผล" (โยนิ อีริคสัน ธาดา)

เราวางใจในความจริงที่ว่า พระเจ้าไม่ได้ทรงมุสา พระองค์ไม่ทรงเคยเปลี่ยนแปลงและพระวจนะของพระองค์เป็นจริงตลอดไป

กันดารวิถี 23:19 "พระเจ้ามิใช่มนุษย์จึงมิได้มุสา และมิได้เป็นบุตรของมนุษย์จึง ไม่ต้องกลับใจ ที่พระองค์ตรัสไปแล้ว พระองค์ก็จะมิทรงกระทำตามหรือ ที่พระองค์ทรงลั่นวาจาแล้ว จะไม่ทรงกระทำให้สำเร็จหรือ"

1ซามูเอล 15:29 "และผู้ทรงเป็นกำลังของอิสราเอลจะ ไม่มุสาหรือกลับใจ เพราะว่าพระองค์หาใช่ มนุษย์ที่จะกลับใจไม่"

เพลงสดุดี 110:4 "พระเจ้าทรงปฏิญาณแล้ว และจะไม่เปลี่ยนพระทัยของพระองค์ ‘เจ้าเป็นปุโรหิตเป็นนิตย์ ตามอย่างของเมลคีเซเดค’"

มาลาคี 3:6 "เพราะว่าเราคือพระเจ้าไม่มีผันแปร โอ บุตรยาโคบเอ๋ย เจ้าทั้งหลายจึงไม่ถูกเผาผลา ญหมด"

ฮีบรู 7:21 "บรรดาปุโรหิตเผ่าเลวีนั้นไม่มีการกล่าวปฏิญาณเมื่อเขาเข้ารับตำแหน่ง แต่ส่วนปุโรหิตใหม่นี้ มีคำกล่าวปฏิญาณว่า พระเจ้าทรงปฏิญาณแล้ว และจะไม่ทรงเปลี่ยนพระทัย ท่านเป็นปุโรหิตตลอดกาล"

ฮีบรู 13:8 "พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆไปเป็นนิจกาล"

ยากอบ 1:17 "ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อม มาจากเบื้องบน และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระบิดาไม่มีการแปรปรวน หรือไม่มีเงาอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง"

1 เปโตร 1:25 "แต่พระวจนะของพระเจ้ายั่งยืนอยู่เป็นนิตย์ พระวจนะนั้นคือข่าวประเสริฐที่ได้ประกาศให้ท่านทั้งหลายทราบแล้ว"

เราไม่ได้เสียใจเพราะอาการที่เจ็บปวด เพราะเรามีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อในพระคำทุกคำที่ได้ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า โดยไม่ตั้งความหวังของเราในสิ่งที่มองเห็นหรือรับรู้ เราไว้วางใจพระเจ้าของเราว่าความทุกข์ที่เบาและเพียงชั่วขณะ จะช่วยให้เราได้รับพระสิรินิรันดร์ที่มากเกิน เมื่อเปรียบเทียบกับความทุกข์ที่เราจะอดทนอยู่ในโลกนี้ ดังนั้น เราจะไม่เพ่งสายตาของเราไปในสิ่งที่มองเห็น แต่ในสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะเรารู้และเชื่อว่าสิ่งที่มองเห็นนั้นชั่วคราว แต่สิ่งที่มองไม่เห็นนั้นถาวรนิรันดร์

2โครินธ์ 4:16-18 "เหตุฉะนั้นเราจึงไม่ย่อท้อ ถึงแม้ว่ากายภายนอกของเรากำลังทรุดโทรมไป แต่จิตใจภายในนั้นก็ยังคงจำเริญขึ้นใหม่ทุกวัน เพราะว่าการทุกข์ยากเล็กๆน้อยๆของเรา ซึ่งเรารับอยู่ประเดี๋ยวเดียวนั้น จะทำให้เรามีศักดิ์ศรีถาวรมากหาที่เปรียบมิได้ เพราะว่าเราไม่ได้เห็นแก่สิ่งของที่เรามองเห็นอยู่ แต่เห็นแก่สิ่งของที่มองไม่เห็น เพราะว่าสิ่งของซึ่งมองเห็นอยู่นั้นเป็นของไม่ยั่งยืน แต่สิ่งซึ่งมองไม่เห็นนั้นก็ถาวรนิ รันดร์"

2โครินธ์ 5:7 "เพราะเราดำเนินโดยความเชื่อ มิใช่ตามที่ตามองเห็น"

เรายังไว้วางใจพระวจนะของพระเจ้าด้วย ซึ่งกล่าวว่าพระองค์ทรงกระทำพระราชกิจสม่ำเสมอ เพื่อเป็นผลดีแก่คนที่พระองค์ทรงรัก และที่ได้ทรงเรียกมาตามพระประสงค์ของพระองค์

โรม 8:28 "เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์"

แม้ว่าเราไม่เจอปลายทางที่ดีเสมอไปในการที่พระเจ้าทรงแก้ปัญหาต่างๆ แต่เราสามารถมั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลานั้น เราจะเข้าใจและเห็นได้กระจ่างมากขึ้น

ชีวิตของเราคล้ายกับผ้านวมคลุมเตียง ถ้าคุณดูที่ด้านหลังของผ้านวม ทั้งหมดที่คุณเห็นคือรอยกระจุกเย็บและปลายหลวมห้อยออกมา มันไม่น่าดึงดูดใจนัก และดูเหมือนว่าจะไม่มีรูปแบบหรือเหตุผลต่องานนั้น แต่ เมื่อคุณพลิกผ้าห่มกลับอีกด้าน คุณจะเห็นว่าผู้ทำได้เย็บร้อยเส้นใยทุกเส้นอย่างชำนาญเพื่อสร้างรูปแบบที่สวยงาม เหมือนชีวิตของผู้เชื่อมากเลย

อิสยาห์ 64:8 "ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ยังทรงเป็นพระบิดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นดินเหนียว และพระองค์ทรงเป็นช่างปั้น ข้าพระองค์ทุกคนเป็นผลพระหัตถกิจของพระองค์"

เรามีชีวิตอยู่ด้วยความเข้าใจจำกัดในสิ่งต่างๆ ของพระเจ้า แต่วันนั้นจะมาถึงเมื่อเราจะรู้และเข้าใจทุกสิ่ง

โยบ 37:5 "พระเจ้าทรงสำแดงกัมปนาทอย่างประหลาดด้วยพระสุรเสียงของพระองค์ พระองค์ทรงกระทำการใหญ่โตซึ่งเราเข้าใจไม่ได้"

อิสยาห์ 40:28 "ท่านไม่เคยรู้หรือ ท่านไม่เคยได้ยินหรือ พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเนืองนิตย์ คือพระผู้สร้างที่สุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์มิได้ทรงอ่อนเปลี้ยหรือเหน็ดเหนื่อย ความเข้าพระทัยของพระองค์ก็เหลือที่จะหยั่งรู้ได้"

ปัญญาจารย์ 11:5 "เจ้าไม่ทราบทางลมว่าไปทางไหน และกระดูกมีขึ้นในมดลูกของ หญิงที่มีครรภ์อย่างไรฉันใด เจ้าก็จะไม่ทราบถึงกิจการของพระเจ้าผู้ทรง กระทำสิ่งสารพัดฉันนั้น"

1โครินธ์ 13:12 "เพราะว่าบัดนี้เราเห็นสลัวๆเหมือนดูในกระจก แต่เวลานั้นจะได้เห็นพระพักตร์ชัดเจน เดี๋ยวนี้ความรู้ของข้าพเจ้าไม่สมบูรณ์ เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนพระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า"

1 ยอห์น 3:2 "ท่านที่รักทั้งหลาย บัดนี้เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า และยังไม่ปรากฏว่าต่อไปเบื้องหน้านั้นเราจะเป็นอย่างไร แต่เรารู้ว่าเมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น เราทั้ง หลายจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น"

พระเจ้าทรงอยู่ไหนเมื่อเราเจ็บปวด ข้อความที่ใช้กับคุณในยามยากลำบาก คือว่าเมื่อคุณไม่สามารถมองเห็นพระหัตถ์ของพระองค์ จงไว้วางใจในพระองค์ และรู้แน่ใจว่าพระองค์ไม่ได้ทรงทอดทิ้งคุณ เมื่อคุณดูเหมือนว่าไม่มีกำลังในตัวเอง นั่นคือเวลาที่คุณพักในการทรงสถิตของพระองค์ ได้อย่างเต็มที่ และรู้ว่าพระองค์ทรงเสริมกำลังอย่างบริบูรณ์ในยามที่คุณอ่อนแอ

2โครินธ์ 12:9-10 "แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น’ เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์ ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า ในการประทุษร้ายต่างๆ ในความยากลำบาก ในการถูกข่มเหง ในความอับจน เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น"



กลับสู่หน้าภาษาไทย



ขณะนี้พระเจ้าทรงอยู่ไหน พระเจ้าทรงอยู่ไหนเมื่อเราเจ็บปวด?